แนวคิดของคุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

                 คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ มีคติประจำใจ คือ สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสายะ แปลว่า ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ควรยึดมั่นถือมั่น นอกจากนี้ยังมีปรัชญาที่เห็นได้ชัดจากบทกลอน คนดีคืออย่างไร โดยคุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ได้ให้นิยามไว้ว่า คนดี คือ คนที่ไม่เห็นแก่ตัว และทำประโยชน์แก่ส่วนรวม

                 งานเขียนของคุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เกิดจากแนวคิดที่ว่า เราจะต้องสะท้อนยุคสมัยของเราให้ชัดเจนด้วยเชิงศิลปะงานที่คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้อ่านเกิดจิตสำนึกให้เข้าใจยุคสมัย เหตุการณ์ว่ามันคืออะไร มาจากไหน แล้วควรจะเป็นยังไง นอกจากนี้บทกวีของคุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ยังมีวิธีเข้าหาความจริงโดยเริ่มจากความคิด คำถาม คำตอบ นำผู้อ่านเข้าสู่ทางแห่งความสงบ

                 แนวทางงานเขียนของคุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ในปัจจุบันสะท้อนความเป็นไปของชีวิตและปัญหาในสังคมมากขึ้น แตกต่างจากงานในอดีตที่มักเน้นด้านรูปแบบและเนื้อหาเฉพาะตัวเป็นส่วนใหญ่

 คำหยาด

                 ครึ่งแรกของหนังสือคำหยาดเป็นบทกลอนที่แฝงไปด้วยข้อคิดเกี่ยวกับความรัก ส่วนครึ่งหลังของคำหยาดเป็นบทกวีที่เกี่ยวกับความเงียบ วิธีเข้าหาความจริง อธิบายโลกโดยเริ่มจากความคิด คำถาม คำตอบ นำผู้อ่านเข้าสู่ความสงบ แต่ก็ไม่ใช่เป็นการสอนธรรมะ แต่เป็นจุดเริ่มต้นง่าย ๆ สำหรับเด็กและวัยรุ่น เกือบทั้งหมดเป็นการเขียนอิงธรรมะ และมีบางส่วนเขียนโดยอาศัยความคิดเป็นพลังในการสะท้อนออก

  เพียงความเคลื่อนไหว

                 กลอนบทนี้เล่าถึงเหตุการณ์ช่วง 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งเป็นช่วงที่นิสิตนักศึกษารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย นอกจากนี้กลอนบทนี้ยังกล่าวถึงเหตุการณ์ก่อนเกิด 14 ตุลา อีกด้วยว่า เมื่อ 40 ปีก่อนหน้านี้ การเมืองในประเทศไทยอยู่ในความสงบ เพราะประชาชนยังไม่เข้าใจความหมายของประชาธิปไตยอย่างแท้จริงเหมือนกับนกที่อยู่บนฟ้า แต่กลับไม่เห็นฟ้า เพราะท้องฟ้าอยู่รอบ ๆ อยู่ตัวนก ปลาก็ไม่เห็นน้ำ เพราะน้ำอยู่ล้อมรอบตัวปลา

 วารีดุริยางค์ 

                สาระสำคัญของกลอนบทนี้ ผู้ประพันธ์ได้กล่าวแนะนำให้เห็นถึงธรรมชาติอันงดงาม ที่แวดล้อมอยู่ และแนะให้พักผ่อนสงบจิตใจ ณ ที่แห่งนี้ มนุษย์ควรดูธรรมชาติไว้เป็นอุทาหรณ์ หยุดดิ้นรน และทิ้งความวุ่นวาย ปฏิบัติตนให้เหมือนธรรมชาติ ให้กายเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่สงบมั่นคง และให้ร่มเงาแก่ผู้อื่น ให้ใจเหมือนสายน้ำที่มีอิสระที่จะไหลไปตามที่ต่าง ๆ เมื่อได้รับทุกข์ก็ทำตัวประดุจก้อนกรวดทรายที่เข้าใจธรรมดาโลก ไม่ไยดี และไม่ทุกข์โศก เสียใจในสิ่งทั้งปวง เห็นทุกสิ่งทุกอย่างเป็นปกติ ไม่เร่าร้อนไปตามอำนาจกิเลสตัณหา

                 กลอนบทนี้ให้แนวคิดเกี่ยวกับการดำรงชีวิตด้วยจิตอันสงบสุข ลด ละวาง เมื่อทำได้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง รวมทั้งยังแฝงค่านิยมเกี่ยวกับธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ให้ความงามที่มีค่าเหนือความงามที่มนุษย์ปรุงแต่ง ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว หากใจสุข กายก็เป็นสุขด้วย

 

คำขวัญกาญจน์ - สุพรรณ