มุมมองเด็กรุ่นใหม่กับงานวรรณกรรม

          อ่านหนังสือกันน้อย เสพสื่อที่มาจากหนังสือกันมาก เช่น ดูหนัง ดูละคร แชทกัน เอาแต่ความรู้สึกเป็นหลัก สังคมไทยตอนนี้เป็นการปะทะกันระหว่างสองวัฒนธรรม คือวัฒนธรรมความเชื่อกับวัฒนธรรมความคิด พื้นฐานสังคมไทยนับเป็นพันปีมาแล้ว คือฟังแล้วก็เชื่อ ฟังผู้มีอำนาจ ฟังพระเทศน์ เชื่อลูกเดียว อีกวัฒนธรรมคือ ความคิดคู่กับการอ่าน ซึ่งเริ่มมีจริงจังเป็นทางการเมื่อมีระบบการศึกษาอย่างเป็นทางการสมัยรัชกาลที่ 5 นี่เอง ฉะนั้นพื้นฐานความคิดของคนไทยถึงอ่อนด้อย พอกระแสโลกสมัยใหม่ท่วมทับเข้ามา เราก็ไปโหนห้อยต้อยตามกระแส โดยที่พื้นฐานยังไม่แน่น ก็เกิดความสับสน ความคิดไม่ลงตัว ก็เกิดการแตกแยกทางความคิด

          ฉะนั้น เวลานี้มันปะทะกันระหว่างสองวัฒนธรรม ความเชื่อกับความคิด ถ้าฉุกใจได้คิดจะเห็นว่า "คำว่า ฟัง คิด ถาม เขียน เป็นหัวใจของการศึกษา" คือฟังแล้วอย่าเพิ่งเชื่อ ต้องคิด ถ้าคิดแล้วยังไม่เข้าใจก็ต้องศึกษาโดยการอ่าน การค้นคว้า พอเข้าใจแล้วจึงจะนำมาจดจารึกเป็นองค์ความรู้ได้ แต่ทุกวันนี้คนเราฟังแล้วก็เชื่อเลย ไม่ได้คิด หรือคิดแต่ก็ไม่ได้ศึกษา คิดไปตามพื้นฐานที่ตัวรู้แค่นั้น ฉะนั้นความเชื่อกับความคิดจึงปะทะกันอยู่

 

 อาจารย์วัดความสำเร็จของตัวเองจากอะไร

       ความสำเร็จคือ ได้ทำอย่างที่เราคิด พอใจในสิ่งที่ทำ และได้รู้ว่ามีคนพอใจร่วมด้วย พอมีสื่อให้เผยแพร่ก็เป็นความสำเร็จอีก มีคนได้อ่าน ได้ฟัง ได้วิจารณ์ นี่คือความสุขแล้ว วันๆ ได้ทำอะไรที่สมใจ สาใจเรา และได้เผยแพร่ก็มีความสุขแล้ว

 

 ทำงานอย่างไรให้มีความสุข

         ต้องเอาแบบคำท่านพุทธทาส การงาน คือการปฏิบัติธรรม คุณไม่อยากกวาดบ้าน แต่คุณต้องกวาด ขณะที่กวาดคุณจะมีความรู้สึกเป็นสุขได้อย่างไร ต้องคิดว่า นี่เรากำลังกวาดความขี้เกียจของเราออกไป ขณะเดียวกันก็ต้องมีสมาธิ มีสติอยู่กับมัน แล้วมันก็จะผ่านไปและมีความสุข

 แง่คิดคนทำงานสำหรับเด็กจบใหม่

        การทำงานเป็นการศึกษาอย่างหนึ่ง สิ่งที่คุณศึกษามานั้นบางทีล้มเหลว ไม่สามารถนำมาใช้กับการทำงานได้ เพราะการทำงานต้องมีความรับผิดชอบสูงมาก คุณต้องมีวินัยสูง มีเรื่องของเวลาเข้ามากำกับ เช่น เขาบอกให้คุณไปให้ทัน 8.30 น.คุณไปได้มั้ย ทุกวันๆ บางทีสิ่งเหล่านี้เราไม่ได้จากการเรียนเท่าไหร่ ถ้าหากเราไม่ได้ทำกิจกรรม เว้นแต่คุณเป็นนักศึกษาที่ทำกิจกรรม ๆ จะสอนเรื่องเหล่านี้แก่คุณ แต่ถ้าคุณไม่เคยทำกิจกรรมเลย ตั้งหน้าตั้งตาแต่เรียน พอเรียนจบออกมาคุณจะเหมือนกับเข้าโรงเรียนใหม่ โรงเรียนของการทำงาน คุณเป็นสายพาน เป็นสกรูหนึ่งที่ดีของเครื่องยนต์ หรือเครื่องจักรนั้น แต่คุณไม่สนใจว่าใครขับ ถ้าคนขับเป็นโจรคุณก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้โจรขับไปปล้น ให้ดีที่สุดใช่มั้ย ฉะนั้น คุณต้องฉุกคิดแล้วว่าสิ่งที่คุณศึกษามา คุณขยัน คุณมีปัญญา คุณจะไปรับใช้อะไร ตรงนี้สำคัญ ปริญญากับความสำเร็จในการทำงาน บางทีมันคนละอย่างกัน ผมเคยเขียนกลอนไว้ว่า...

                               ไม่รู้จักนำความรู้สู่ประโยชน์

                              ปริญญาเป็นโยชน์ก็อยากไย่

                              ประโยชน์จากเป็นอยู่ไม่รู้ใช้

                              ก็จะหาค่าอะไรในชีวิต...

      บทกวี "ศิลปะส่องโลก" เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์& ประวัติและผลงาน

                      บทกวี "ศิลปะส่องโลก"

                      ศิลปะ ปรากฎที่กลางใจ

                      ศิลปะ เป็นใหญ่อย่างเป็นอยู่

                      ศิลปะ จากใจสู่ใจรู้

                      ศิลปะ เชิดชูความเป็นคน

                     ส่องทิพยธาตุจักรวาล

                     ส่องสารติสุขสรรพสิ่งกุศล

                   ส่องศิลธรรมเป็นสากล

                  ส่องหนทางให้กันแลกัน

                โลกกายยาวาหนาคืบนี้

                โลกมีจิตมีกำหนดมั่ม

                โลกงามความดีเป็นนิรันดร์

                 โลกสร้างศิลป์สรรค์อมรรตัย

 

คำขวัญกาญจน์ - สุพรรณ