โครงการ GGP

 

ความช่วยเหลือแบบให้เปล่าสำหรับโครงการระดับขั้นพื้นฐาน 
         รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศให้ความช่วยเหลือแก่โครงการใหม่หกโครงการภายใต้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่าสำหรับโครงการระดับพื้นฐาน หรือ GGP (Grant Assistance for Grassroots Projects Scheme) ที่ดำเนินมาต่อเนื่อง รัฐบาลญี่ปุ่นให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจในระดับหมู่บ้านผ่านโครงการนี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1989 โครงการ GGP จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจดำเนินงานโดยองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ตลอดจนหน่วยงานและส่วนราชการในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน 
         1. โครงการแรกได้แก่ โครงการก่อสร้างอาคารเรียนโรงเรียนวัดหนองราง ดำเนินการโดยมูลนิธิไทย-ญี่ปุ่น สากลสงเคราะห์ โครงการนี้จะช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางการศึกษาของเด็กในชนบทในจังหวัดนครราชสีมา รัฐบาลญี่ปุ่นจะสนับสนุนเงินทุนจำนวน 83,932 ดอลล่าร์สหรัฐสำหรับสร้างอาคารเรียนหลังใหม่และอาคารเอนกประสงค์พร้อมห้องน้ำ นอกจากนี้ยังจะสร้างถังน้ำและปรับปรุงสนามเด็กเล่นด้วย 
        2. โครงการที่สองได้แก่ โครงการก่อสร้างศูนย์การศึกษาเยาวชน โดยมูลนิธิมายา โคตมี ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการนี้มุ่งให้การฝึกอบรมทางจิตใจโดยยึดหลักปรัชญาทางพุทธศาสนา ซึ่งจะช่วยป้องกันเยาวชนจากการเกี่ยวข้องกับปัญหาสังคม อาทิเช่น การติดยาเสพย์ติด และปัญหาโรคเอดส์ รัฐบาลญี่ปุ่นจะสนับสนุนการก่อสร้างศูนย์ด้วยการให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่าจำนวน 95,238 ดอลล่าร์สหรัฐ 
        3. โครงการที่สามคือ โครงการเพื่อเด็กหญิงสู่ชีวิตใหม่ ดำเนินการในจังหวัดกาญจนบุรี มูลนิธิดวงประทีปจะดำเนินโครงการเพื่อช่วยบรรเทาความทุกข์ร้อนของเด็กหญิงจากสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย ด้วยการให้การดูแลที่เหมาะสมในสภาพแวดล้อมที่ดี รัฐบาลญี่ปุ่นจะให้เงินทุนในการติดตั้งระบบไฟ การจัดซื้ออุปกรณ์การศึกษา อุปกรณ์การกีฬา และยานพาหนะสำหรับใช้ในโครงการด้วยเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่า จำนวน 56,555 ดอลล่าร์สหรัฐ 
       4. โครงการที่สี่ได้แก่ โครงการปรับปรุงบ้านพักนักเรียนยากจน ดำเนินการโดยมูลนิธิสิกขาเอเชีย โครงการมุ่งยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่และการศึกษาของเด็กในชนบทห่างไกลในจังหวัดเลยด้วยการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางการศึกษา รัฐบาลญี่ปุ่นจะให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่า จำนวน 87,546 ดอลล่าร์สหรัฐ สำหรับใช้ก่อสร้างอาคารหลังใหม่และบูรณะอาคารหลังเดิม อีกทั้งจะจัดซื้อวัสดุการศึกษาและยานพาหนะและพัฒนาอุปกรณ์เกี่ยวกับการเกษตร 
       5. โครงการที่ห้าได้แก่ โครงการศูนย์เรียนรู้ชุมชนด้านเกษตรยั่งยืน โดยกลุ่มเกษตรยั่งยืน ตำบลป่าแลวหลวง จังหวัดน่าน ด้วยการประสานงานกับสำนักงานเกษตรจังหวัดน่านของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กลุ่มเกษตรยั่งยืน ตำบลป่าแลวหลวงจะส่งเสริมการเกษตรยั่งยืนด้วยการให้การอบรมแก่เกษตรกรยากจน รัฐบาลญี่ปุ่นจะให้การช่วยเหลือด้วยเงินทุนจำนวน 39,153 ดอลล่าร์สหรัฐ สำหรับใช้ก่อสร้างศูนย์ฝึกอบรมและที่พักสำหรับผู้เข้ารับการอบรม จัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องจักรสำหรับใช้ในการสาธิตการอบรม 
      6. โครงการสุดท้ายคือ โครงการระบบผลิตกระแสไฟฟ้าแบบสลับ แหล่งพลังงานในพื้นที่ทุรกันดาร ดำเนินการโดยบ้านโหง๋นขาม ในพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว จังหวัดอุบลราชธานี โครงการมุ่งจะยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่และมาตรฐานทางการแพทย์ด้วยการจัดให้มีระบบไฟฟ้าใช้ในหมู่บ้านอย่างยั่งยืน เนื่องจากยังไม่มีไฟฟ้าตามระบบสาย รัฐบาลญี่ปุ่นจะให้ความช่วยเหลือด้วยเงินทุนจำนวน 90,369 ดอลล่าร์สหรัฐ สำหรับใช้ติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าแบบสลับและปรับปรุงระบบการอัดไฟฟ้าพร้อมทั้งจัดซื้อตู้เย็นเพื่อใช้เก็บวัคซีนสำหรับคลีนิก ฯพณฯ นายโนบุโทชิ อะคาโอะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และผู้อำนวยการของแต่ละโครงการจะลงนามในหนังสือข้อตกลงสำหรับโครงการทั้งหกโครงการในวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2544 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น