บ้านอีต่อง เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ติดชายแดนประเทศพม่าบรรยากาศโดยทั่วไปจะดูเงียบสงบ อยู่ท่ามกลางขุนเขาน้อยใหญ่ที่โอบล้อม  แต่ก่อนนั้นพื้นที่บริเวณบ้านอีต่องเคยรุ่งเรืองสุดๆในยุคการทำเหมืองแร่หรือที่ใครๆรู้จักกันในนาม “เหมืองปิล็อก”นั้นเอง  ชื่อหมู่บ้าน “อีต่อง”  มาจากคำว่า  “ณัตเอ่งต่อง”  แปลว่า  “ภูเขาแห่งเทพเจ้า”  หรือ “เขาเทวดา”  อันเป็นภูเขาที่ชาวพม่าพบแร่และลักลอบขุดแร่ไปขาย  ก่อนเพี้ยนเป็น “อีต่อง”  มาจนถึงวันนี้  ถึงเวลาจะผ่านมานานแล้วสำหรับตำนานเหมืองปิล็อคแต่ก็ยังมีเรื่องเล่าขานว่าเมื่อก่อนคนในพื้นที่ใช้ทองคำแทนเงินสดกันเลยทีเดียวบ่งบอกได้ว่าในยุคนั้นคงจะรวยไม่ใช้ย่อยเพราะเมื่อประมาณ 70 กว่าปีที่แล้ว การเดินทางมายังหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ในในบริเวณผืนป่าตะวันตกที่ติดต่อกับเขตแดนพม่าแห่งนี้ ยังลำบาก ต้องใช้เวลาเป็นวัน เพราะถนนหนทางที่ต้องผ่านป่าเขา และเส้นทางที่คดโค้ง จนถูกขนานนามว่า "หมู่บ้าน 399 โค้ง" เมื่อทางการได้เปิดเหมืองปิล๊อก เพื่อทำการขุดหาแร่วุลแฟรม และดีบุก และพื้นที่บางส่วนให้สัมปทานกับบริษัทเอกชนเข้ามาทำเหมือง ทำให้หมู่บ้านอีต่อง กลายเป็นหมู่บ้านที่มีมากกว่า 1000 หลังคาเรือน มีผู้คนมากมาย คึกคัก มีชีวิตชีวา มีการแลกเปลี่ยนค้าขาย สถานบันเทิง โรงบ่อน และมีโรงหนังถึงสองโรง สำหรับคนงานที่มาทำงานตามเหมืองต่างๆ นับพันๆ คน จนกระทั่งเกิดวิกฤตการณ์ราคาแร่ตกต่ำทั่วโลก เหมืองจำนวนมากทะยอยปิดตัวลง คนงานพากันอพยพไปหางานทำที่อื่น หมู่บ้านนี้จึงกลายเป็นหมู่บ้านที่เงียบ สงบอีกครั้ง


          ปัจจุบันหมู่บ้านอีต่อง เป็นที่อาศัยของหลายชนชาติ ทั้งชาวไทยเชื้อสายพม่า กะเหรี่ยง จึงมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม แต่ก็มีพุทธศาสนาเป็นศูนย์รวมจิตใจเหมือนกัน บริเวณหมู่บ้านจึงมีวัดเหมืองปิล๊อก ที่เป็นสถานที่ที่ชาวบ้านทำกิจกรรมร่วมกันในวันสำคัญทางศาสนา สามารถเข้าไปสักการะเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา ผ่านทางประเทศพม่า ตั้งแต่ยุคการทำเหมืองแร่

          หมู่บ้านอีต่อง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชนพื้นบ้าน เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ริมชายแดนไทย-พม่า ที่เงียบ สงบ ปลอดภัย ยังคงไว้ซึ่งความเป็นธรรมชาติ และวัฒนธรรมพื้นถิ่น ซึ่งเป็นเหมือนมนต์เสน่ห์ให้คนเมืองเข้ามาสัมผัสความเป็นธรรมชาติอันบริสุทธิ์แห่งนี้


          หมู่บ้านอีต่อง มีมาราวๆ 60-70 ปีก่อน เกิดขึ้นพร้อมๆ กับช่วงที่เริ่มมีการขุดหาแร่กันในแถบนี้ ชื่อหมู่บ้านอีต่อง มาจากคำว่า "หมู่บ้านณัตเอ็งต่อง" ซึ่ง "ณัต" แปลว่า เทพเจ้า หรือเทวดา "เอ็ง" แปลว่า บ้าน "ต่อง" แปลว่าภูเขา รวมกันแล้วจึงแปลได้ว่าเป็นหมู่บ้านที่อยู่บนเขาเทวดา ต่อมาได้เรียกเพี้ยนเสียงกลายเป็น "หมู่บ้านอีต่อง" มาจนถึงทุกวันนี้
          บริเวณหมู่บ้านเล็กๆ นี้มีบ่อน้ำอยู่กลางหมู่บ้าน มีน้ำอุปโภคบริโภคจากแหล่งน้ำธรรมชาติ มีตลาดสด และโรงเรียน อย่างละแห่ง ไม่มีร้านสะดวกซื้อ หรือสถานบันเทิงใดๆ โรงหนังเก่าที่เคยมีได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นร้านขายของชำ ร้านค้า และร้านอาหารมีเพียงไม่กี่ร้าน เช่นร้านเจ๊ณี ครัวสุดแดน เป็นต้น บริเวณหมู่บ้านอีต่อง มีบริการที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งเป็นแบบรีสอร์ท และโฮมสเตย์ นอกจากนี้ยังมีจุดกางเต็นท์ในบริเวณลาน ฮ. ในหมู่บ้านด้วย


          นอกจากวิถีชีวิตที่สงบ เรียบง่าย และเป็นมิตรของชาวบ้านอีต่อง สภาพอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี เป็นเหมือนเสน่ห์ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว อีกหนึ่งไฮไลท์ของหมู่บ้านอีต่องคือ การได้มากินปูทะเล และกุ้งสด จากฝั่งทะเลอันดามัน ที่มาจากฝั่งพม่า เพราะหมู่บ้านอีต่องอยู่ห่างจากทะเลอันดามันเพียงชั่วโมงกว่าๆ หรือประมาณ 60 กิโลเมตร ปูทะเล และกุ้งที่นำมาขายบริเวณตลาดอีต่องจึงสด และมีราคาถูก ประมาณกิโลกรัมละ 200-220 บาท ถ้าปรุงสำเร็จก็ตกประมาณกิโลละ 250-270 บาท นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงมาตามหาปูทะเลกินด้วย

          การเดินทาง :จากอำเภอทองผาภูมิใช้ทางหลวงหมายเลข 3272 ลัดเลาะไปตามชายน้ำเขื่อนเขาแหลมถึงบ้านไร่ เลี้ยวซ้ายขึ้นไปยังบ้านอีต่อง รวมระยะทางจากทองผาภูมิถึงบ้านอีต่องประมาณ 70 กิโลเมตร (ทางค่อนข้างจะคดเคี้ยวโปรดขับด้วยความระมัดระวัง)