ตำนานย่านเดิมบางนางบวชนี้ เล่ากันหลายสำนวนแต่สำนวนต่างๆก็มีสาระคล้ายๆกัน ผมจะขอเล่าสำนวนนี้ก็แล้วกันลองอ่านดูนะครับ

        บ้านเดิมบาง แต่ก่อนเรียกบ้านเดิมนาง เป็นถิ่นกำเนิดของสาวงามคนหนึ่ง ชื่อใดไม่ปรากฏแต่บางสำนวนระบุว่าชื่อนางพิมสุลาไลย เนื่องจากความงามของนางจึงทำให้มีผู้ชายหมายปองมากมาย แต่นางกลับเบื่อหน่ายในโลกีย์ จึงหนีไปจากบ้านเดิมนาง ขึ้นไปบำเพ็ญพรหมจรรย์อยู่บนภูเขา ทำงานทอหูก(เครื่องทอผ้า)เมื่อยามว่างก็นั่งกรอไนปั่นฝ้ายไปเรื่อย

       ครั้งนั้นยังมีพรานป่าคนหนึ่งชื่อตาสีนนท์(บ้างเขียนสีนน บ้างก็เขียนศรีนนท์) แกเป็นโรคเรื้อน ผิวกายเป็นหนองเปรอะเปื้อน จึงอยู่เป็นโสด ยึดอาชีพต่อไก่ป่า วันหนึ่งแกเดินผ่านมาเห็นสาวงามคนนี้เข้า ก็เกิดความรักใคร่ต้องการจะได้นางมาเชยชม จึงเอาไก่ต่อผูกกับแท่งหินเป็นหลักไว้ แล้วเสกอาวุธประจำกาย เป็นงูเห่าเลื้อยขึ้นไปหานาง นางตกใจเห็นจวนตัวจึงขยำคองูแน่น แล้วกำคองูตาสีนนท์มาเชือดจนเลือดกระจาย ตาสีนนท์เจ็บปวดร้องลั่นป่า บ้านย่านนั้นจึงได้ชื่อว่า “ บ้านกำมาเชือด “ ต่อมาเพี้ยนเป็นบ้าน“ กำมะเชียร “

           ส่วนสาวงามนั้นก็ร้องไห้เสียใจ เสียดายผลกุศลที่อุตส่าห์บำเพ็ญมา นางจึงเอามีดตัดนมทั้งสองข้างขว้างไป เลือดนางหลั่งไหลสร้างความเจ็บปวด นางวิ่งมาถึงภูเขาลูกหนึ่ง สุดทนเจ็บปวดได้จึงร้องโอดโอยครวญคราง ภูเขาลูกนั้นจึงมีชื่อว่า “เขานางโอย” นมทั้งสองข้างเกิดเป็นภูเขาเรียกว่า “เขานมนาง” ส่วนเขาที่สาวงามนั้นนั่งปั่นฝ้ายเรียกว่า”เขากี่”(แปลว่าเครื่องทอผ้า) ส่วนหลักผูกไก่ของตาสีนนท์ ปัจจุบันเขาว่าอยู่หน้าโรงเรียนกำมะเชียร

         สาวงามนั้นไม่ตายเมื่อฟื้นขึ้นมา นางก็เดินไปพบแม่น้ำขวางหน้าไม่สามารถข้ามได้ แต่ด้วยผลกุศลที่นางเคยบำเพ็ญมา ทำให้เกิดเหตุมหัศจรรย์มีช้างสารเชือกใหญ่มารับนางไปส่งยังฝั่งตรงข้าม ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนั้นต่อมาว่า”ท่าช้าง” นางได้อธิษฐานขอให้เทพยดาปลงผม และคิ้วให้ เขาตรงนั้นจึงเรียกว่า“เขาคิ้วนาง” แล้วสร้างศาลแทนตัวไว้ จากนั้นนางได้ลงเรือมา จิตใจเริ่มสบายเกิดความรื่นเริง แล้วจึงขึ้นพักที่ริมท่า บ้านนั้นจึงเรียกบ้าน”ท่านางเริง” แล้วเดินทางขึ้นภูเขาต่อไปภูเขานั้นจึงเรียกว่า”เขาขึ้น” แล้วนางจึงบวชชียังวัดในละแวกนั้น วัดนั้นจึงเรียกว่า “ วัดนางบวช”  เรื่องราวดังที่เล่ามาจึงเป็นที่มาของชื่ออำเภอเดิมบางนางบวช

            อำเภอเดิมบางนางบวช เดิมชื่อว่า  อำเภอเดิมบาง  ตั้งอยู่บริเวณตอนเหนือสุดของจังหวัดสุพรรณบุรี ห่างจากตัวจังหวัด 54 กิโลเมตร สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยเจ้าพระยาชัยชนินทร์สมุหเทศาภิ-บาลและพระยานครพระนามผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีพิจารณาแล้วเห็นว่าพื้นที่นี้มีความสำคัญ มีอาณาเขตกว้างขวางระยะทางห่างไหลจากอำเภอ นางบวชเดิม (อำเภอสามชุกปัจจุบัน) จำเป็นต้องมี สถานที่ราชการ เพื่ออำนวยความสะดวกบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของราษฎรให้ทั่วหน้ากัน ตลอดจนรักษาผลประโยชน์ของรัฐ จึงพร้อมใจกัน เสนอขอตั้งอำเภอขึ้น เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2454 ( ตรงกับรัตนโกสินทร์ศก 130) เริ่มตั้งอำเภอมีชื่อว่า "อำเภอเดิมบาง" โดยโอนท้องที่มาจากอำเภอนางบวช (อำเภอสามชุกในปัจจุบัน) จำนวน 12 ตำบล โอนจากอำเภอบ้านเชี่ยน (ปัจจุบันคืออำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท) จำนวน 2 ตำบล โอนจากท้องที่อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี จำนวน 2 ตำบล รวมเป็น 16 ตำบล ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2457 ทางราชการพิจารณาเปลี่ยนชื่อ "อำเภอนางบวช" เป็น "อำเภอสามชุก" จึงได้นำคำว่า "นางบวช" มาต่อท้ายชื่ออำเภอเดิมบาง จึงมีชื่อว่า "อำเภอเดิมบางนางบวช"  แบ่งการปกครองเป็น  2  ส่วน  คือ  การปกครองส่วนภูมิภาคมี  14  ตำบล  121  หมู่บ้าน  และการปกครองส่วนท้องถิ่น  ประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  16  แห่ง

        ตั้งแต่บัดนั้นมาจนถึงทุกวันนี้ เดิมที่ว่าการอำเภอเอยู่ที่บ้านท่ารวก หมู่ที่ 3 ตำบลเขาพระ ต่อมาได้ย้ายที่ว่าการอำเภอมาตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลเขาพระริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน และเมื่อพ.ศ. 2538 ได้งบประมาณก่อสร้างอาคารที่ว่าการอำเภอหลังใหม่ เป็นอาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ เป็นที่ 50  จึงได้จัดสร้างในบริเวณริมถนนสุพรรณ - ชัยนาท หมู่ที่ 2 ตำบลเขาพระในปัจจุบัน เดิมอำเภอเดิมบางนางบวช มีพื้นที่ทั้งหมด 1681 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,060,625 ไร่ ต่อมาได้แยกพื้นที่ออกเป็นอำเภอด่านช้าง ปัจจุบันมีพื้นที่ 561.77 ตารางกิโลเมตร หรือ 351,106.87 ไร่  มีอาณาเขตดังนี้  ทิศเหนือติดต่อกับอำเภอหันคา  อำเภอสรรคบุรี  และอำเภอเนินขาม  จังหวัดชัยนาท  ทิศใต้  ติดต่อกับอำเภอแสวงหาจังหวัดอ่างทอง  อำเภอสามชุด  และอำเภอหนองหญ้าไซ  ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอบางระจันและอำเภอค่ายบางระจัน  จังหวัดสิงห์บุรี  ทิศตะวันตก  ติดต่อกับอำเภอด่านช้าง

  

        คำขวัญประจำอำเภอคือ  “พระอาจารย์ธรรมโชติลือนาม  อุทยานงามบึงฉวาก  ของฝากผ้าทอมือ  เลื่องลืองานยกธง  สลักไผ่ตงท่าช้าง  เขานมนางเรื่องเล่า  หัวเขาเทโวดัง”