ยุทธหัตถีดอนเจดีย์พนมทวน 

               สงครามยุทธหัตถี เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2135 ณ ตำบลตระพังตรุ แขวงสุพรรณบุรี (ปัจจุบันตัดโอนมาขึ้นกับกาญจนบุรีเป็นตำบลดอนเจดีย์) ตามลิลิตตะเลงพ่ายพรรณาว่าพระมหาอุปราชานำทัพพม่าเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ เข้ามาตีเมือท่าเสา (เมืองเก่ากาญจนบุรี) แล้วข้ามแม่น้ำทวนมายังทัพอยู่ที่ตระพังตรุทางกองทัพไทยสมเด็จพระนเรศวรเสด็จจากอยุธยาเมื่อเดือนยี่ขึ้น 11 ค่ำพักป่าโมก ออกจากป่าโมกมาบ้านละแก้วละเหล้า (อยุ่ในแขวงวิเศษชัยชาญ) จากนั้นมาถึงหนองสาหร่ายตอนบ่าย 3 โมง รุ่งขึ้นแรม 2 ค่ำเดือนยี่จึงเกิดสงครามยุทธหัตถี กองทัพไทยจึงใช้เวลา 6 วันในการเดินทัพสมเหตุผลกับระยะทาง หนองสาหร่ายอยู่ห่างจากตระพังตรุ 17 กม. พงศาวดารทุกฉบับความตรงกันว่ายุทธหัตถีเกิดขึ้นตรงตะพังตรุเวลาบ่าย

               เมื่อพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์ทัพไทยไล่ตีทัพพม่าไปจนสิ้นแสงตะวันสุดเขตเมืองกาญจน์ (ท่าเสา) หลังพิชิตศึกสมเด็จพระนเรศวรทรงให้สร้างเจดีย์ไว้เป็นอนุสรณ์ ณ บริเวณที่รบ บนที่ดอนชายทุ่ง ต่อมาบริเวณนี้ได้เกิดเป็นชุมชน จึงเรียกท้องถิ่นนี้ตามสภาพของเจดีย์ว่าบ้านเจดีย์แต่มีพงศาวดารฉบับหนึ่ง ซึ่งหลวงประเสริฐอักษรนิติ (แพ ตาละลักษณ์) นำมาถวายสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ โดยอ้างว่าได้มาจากหญิงชราผู้หนึ่งกำลังจะเอาไปเผามีข้อความการเดินทางเพิ่มเติมว่า เมื่อสมเด็จพระนเรศวรเสด็จออกจากละแก้วละเหล้าแล้วได้เสด็จผ่านมาทางสามโก้ (ปัจจุบันเป็นอำเภอหนึ่งของอ่างทอง) และเสด็จไปถึงหนองสาหร่าย มิได้บอกว่าอยู่ ณ ที่ใดทำให้เกิดข้อขัดแย้งในเรื่องสถานที่ยุทธหัตถี                                                                                          

ทำไมเจดีย์ยุทธหัตถีจึงไม่อยู่ที่พนมทวน

                เจดีย์และสนามยุทธหัตถีนี้ สมเด็จพระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ทรงสนพระทัยจึงได้ให้เจ้าเมืองกาญจนบุรีค้นหาเจดีย์ เจ้าเมืองดูจะเอาธุระไม่เข้มแข็งจึงไม่พบเจดีย์ซึ่งขณะนั้นอยู่ในป่าปกคลุมด้วยหมู่ไม้หนาแน่น สมเด็จจึงสั่งให้ค้นหาในเขตสุพรรณ เจ้าเมืองได้กะเกณฑ์ชาวบ้านออกค้นหาได้พบเจดีย์องค์หนึ่งที่ดอนทำให้พระในเขตศรีประจันต์ อยู่เหนือสุพรรณบุรี 30 กม. ประกอบทั้งบริเวณนั้นมีหนองสาหร่ายอยู่ห่างจากเจดีย์ดอนทำพระ 4 กม. ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่ายุทธหัตถีกระทำกันที่หนองสาหร่ายและเจดีย์ที่พบจะเป็นเจดีย์ยุทธหัตถีจึงได้มีกำหนดการเดินทัพให้สมเด็จพระนเรศวรนำทัพไทยมาอยู่ที่หนองสาหร่าย และให้ทัพพระมหาอุปราชาออกจากตระพังตรุขึ้นมารบกับไทยในป่าแทนที่จะรบที่บริเวณดอนชายทุ่ง ตระพังตรุ                                                                                        

                  ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเจ้าอยู่หัว (ร.6) ได้ทรงนำกองเสือป่าออกฝึกภาค ได้เสด็จขึ้นมาสักการะเจดีย์ เส้นทางเสด็จพระราชดำเนินทั้งไปและกลับผ่านใกล้กับหมู่บ้านดอนเจดีย์แต่ไม่มีผู้ใดเพ็ดทูลให้ทอดพระเนตร ทำให้เจดีย์ดอนทะพระมีความสำคัญขึ้นมา และก็ไม่ได้รับการพิสูจน์ให้เป็นที่แน่ชัดจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องแต่อย่างไร และเมื่อกำนันบ้านดอนเจดีย์ได้นำความเรื่องเจดีย์ที่เคยค้นหาปรากฎอยู่ในหมู่บ้านแจ้งต่อทางจังหวัดกลับถูกตำหนิและไม่ได้รับความสนใจ จนปี 2503 ทางการได้ริเริ่มให้มีการสร้างสถานอนุสรณ์ยุทธหัตถี การก่อสร้างจึงเป็นตามกระแส ไปกระทำที่ดอนทำพระโดยตั้งขึ้นเป็นอำเภอดอนเจดีย์ซ้ำกับชื่อเจดีย์ทีกาญจนบุรีต่อมาเมื่อได้รับการทักท้วงจากทางกาญจนบุรี จึงได้รับการโต้แย้งอย่างรุนแรงและเมื่อมีการตั้งกรรมการเป็นองค์คณะใหญ่เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริง ก็ดูจะไม่ได้ทำหน้าที่เท่าใด คงรับฟังจากผลการสำรวจของอนุกรรมการไม่กี่ท่านโดยไม่มีฝ่ายกาญจนบุรีร่วมด้วย การสำรวจที่เป็นไปอย่างรวบรัดมีข้อมูลเป็นไปตามกระแส ผลที่ออกมาจึงมีลักษณะดังเช่นปัจจุบัน สร้างความสับสนและอึดอัดต่อผู้ที่ศึกษาหาความจริง

                ปัจจุบันเจดีย์ที่บ้านดอนเจดีย์ กรมศิลปากรยังกั้นขอบเขตขึ้นเป็นโบราณสถานแต่ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นเจดีย์อะไร ขาดระบบการพัฒนา จนเจดีย์โดดเดี่ยวบนที่ดอนชายทุ่งต้องมีสภาพเช่นทุกวันนี้ แม้แต่พระบรมรูปทรงช้างที่ประดิษฐานอยู่ก็ได้รับแต่เพียงชื่อว่า “อนุสรณ์แห่งการชนะศึกหงสาวดีครบรอบ 400 ปี” ที่ทัพไทยพม่าผ่านกลับมา ซึ่งไม่สมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ สถานที่นี้                                                                                                              

สรุปความเห็น

                 1.  พงศาวดารทุกฉบับความตรงกันว่ารับกันที่ตระพังตรุ หนองสาหร่ายที่แท้จริงอยู่ที่พนมทวนแต่ตกสำรวจ สนามรบจึงไปอยู่ที่หนองสาหร่าย-ศรีประจันต์ตามการสำรวจของอนุกรรมการฯ

                 2.   ข้อโต้แย้งที่สำคัญที่ว่าในเดือนยี่ ท้องทุ่งยังแห้งไม่สนิท กองทัพไทยจะเดินตัดท้องทุ่งมาที่ตระพังตรุไม่ได้นั้น ข้อเท็จจริงสามารถกระทำได้ เพราะกองทัพเดินขึ้นไปที่บ้านละแก้วละเหล้า แล้วเดินไปตามพื้นที่ดอนชายทุ่งติดกับแนวป่าเข้าสุพรรณ (ถูกต้องตามหลักยุทธศาสตร์) จากนั้นจึงลงไปที่หนองสาหร่าย รบกับพม่าที่ตระพังตรุ ถ้าเทียบกับปัจจุบันก็คือ แนวถนนมจาดวิเศษชัยชาญผ่านทางใต้ของอำเภอสามโก้ไปสุพรรณบุรี จากสุพรรณบุรีผ่านอู่ทองไปพนมทวน – กาญจนบุรี

                3.  การรบกับทุกครั้งทุกฝ่ายจะมุ่งเข้ายึดสุพรรณเป็นฐาน การไปตั้งค่ายรบกันที่หนองสาหร่าย ศรีประจันต์จึงยุ่งยากกว่าอยู่ที่เมืองสนามรบ ณ ที่ดังกล่าวอยู่เหนือสุพรรณ ห่างจากท่าเสา - เมืองกาญจน์ กว่า 120 กิโลเมตร เมื่อพม่าแตกพ่ายทัพไทยไล่ตีจนสุดเขตท่าเสา ตั้งแต่บ่ายตกเย็น จะเป็นไปได้หรือ

              4.  สนามรบที่ดอนเจดีย์ พนมทวนขุดพบกระดูกคนช้างม้า ศาสตราวุธ อุปกรณ์สงครามมากมาย ปัจจุบันก็มีผู้ค้นพบได้เป็นประจำ แต่ไม่ได้รับการสนใจแต่อย่างใด

             5. ปัจจุบันได้มีผู้ศึกษาและลงความเห็นว่าเจดีย์ที่ดอนทำพระเป็นเจดีย์ยุคทวาราวดีและเจดีย์ที่ดอนเจดีย์เป็นยุคกรุงศรีอยุธยาและการจะชี้ชัดว่าเป็นเจดีย์ใดสามารถกระทำได้ด้วยเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์

                      ทุกวันนี้หลักฐานบันทึกทางประวัติศาสตร์ของชาตินอกจากถูกพม่าทำลายสิ้นเมื่อครั้งเสียกรุงครั้งที่ 2 แล้ว ความรู้ที่ได้รับปัจจุบันส่วนใหญ่จะได้จากตำราพงศาวดารที่มีผู้เรียบเรียงขึ้นในยุครัตนโกสินทร์ ข้อความจึงไม่สมบูรณ์ ความรู้จากตำรา ความเห็นของตัวบุคคลอาจจะแตกต่างกันหรืออาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลาหรือเหตุผลที่ค้นพบขึ้นใหม่

                      อนุสรณ์สถานฯ จะไปอยู่ ณ ที่ใดย่อมเป็นที่รำลึกเคารพสักการะได้ทุกแห่ง ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านดอนเจดีย์และชาวกาญจนบุรี ซึ่งมีความภาคภูมิในเกียรติภูมิของท้องถิ่นและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของวีรกษัตริย์และดวงวิญญาณของวีรชนที่ได้สละชีวิตปกป้องผืนแผ่นดินไทยไว้ ณ ที่นี้   จึงได้ประกอบพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลและสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ขึ้นเป็นประจำทุกปี

 

                     ผู้เรียบเรียง : น.พ.พยงค์ เวสสบุตร