การละเล่นกะเหรี่ยงกระทบไม้  เป็นประเพณีดั้งเดิมจากความเชื่อและการนับถือเรื่องผีในบางหมู่บ้านจะใช้เล่นในงานศพและปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนเป็นการแสดงเพื่อความรื่นเริง  การละเล่น  รำกระทบไม้  หรือลาวกระทบไม้  มีที่มาจากการละเล่นพื้นบ้านที่เรียกว่า  เต้นสาก  ซึ่งเล่นหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวของชาวนาสองฝั่งแม่น้ำโขง  ส่วนริมฝั่งแม่น้ำสาระวิน  ภาษาถิ่นเรียกว่า ติฮัว  เป็นการละเล่นของชาวเขาเป่ากะเหรี่ยง  ที่จำนวนผู้เล่นและจำนานไม้ไผ่กระทบจังหวะที่มากกว่า  จนเรียกได้ว่าเป็น  กะเหรี่ยงกระทบไม้  ซึ่งถือเป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวเผ่ากะเหรี่ยงที่เป็นเอกลักษณ์และประวัติอันยาวนาน

         วัตถุประสงค์ในการแสดง

          1. เพื่อประกอยพิธีกรรม

          2. เพื่อความบันเทิง

          3. เพื่อการสาธิต

 

         ในอดีตชาวกะเหรี่ยงจะรำกระทบไม้เมื่อมีผู้ตายเท่านั้น  เพราะชาวกะเหรี่ยงนับถือผี  ซึ่งศาสนาพุทธหรือศาสนาอื่นยังไม่เข้าไปในหมู่บ้าน  กระทบไม้ถือเป็นพิธีกรรมหนึ่งที่ใช้เรียกวิญญาณของผู้ตายในการประกอบพิธีกรรม เกี่ยวกับศพ

         อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการรำกระทบไม้  ประกอบด้วย  ไม้ไผ่ลำยาว  จำนวน  24  ลำ  ไม้ไผ่หรือไม้อะไรก็ได้สำหรับทำเสาตั้งสำหรับแขวนตะกร้า  อีก  1  ลำ  ตะกร้าที่สานจากไม้ไผ่  1  ตะกร้า  สวิงหรืออุปกรณ์สำหรับดักวิญญาณ  กล้วยดิบ  1  ลูก  เสื้อผ้าและของใช้ของผู้ตาย  ผู้ที่ทำหน้าที่กระทบไม้  จำนวน  12  คน  ผู้ทำพิธีเรียกวิญญาณ  1  คน  และญาติของผู้ตาย  1  คน  ทำหน้าที่โยนกล้วยซึ่งใช้เป็นสัญญาลักษณ์แทนวิญญาณของผู้ตาย  เมื่อผู้ตายเสียชีวิตครบ 7 วัน  จะเริ่มทำพิธีกระทบไม้โดยพิธีจะเริ่มเวลาบ่ายโมง  คนที่กระทบไม้ 12 คนจะจับคู่กัน  นับได้  6  คู่  โดยแต่ละคู่  จะถือปลายกระบอกไม้ไผ่หัวท้ายคู่ละ  2  ลำ  นั่งตรงข้ามกัน  3  คู่แรกจะวางไผ่ด้านล่าง  อีก  3 คู่ต่อมา  จะวางไม้ไผ่ด้านบน  ลักษณะเป็นตาราง  บริเวณตรงกลางของพื้นที่วางไม้ไผ่  จะปักเสาไม้ไผ่ที่เตรียมไว้  1  ตน  ผู้ที่ประกอบพิธีเรียกวิญญาณจะยืนอยู่บริเวณนั้น  พร้อมตะกร้าที่เตรียมไว้ใส่วิญญาณและสวิงสำหรับตักวิญญาณ

 

เมื่อพิธีเริ่ม  ผู้ทำหน้าที่กระทบไม้จะกระทบให้ดังเป็นจังหวะพร้อมทั้งร้องเพลง  เพลงที่ร้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียกวิญญาณของผู้ตายให้กลับมา  ขณะที่กระทบไม้และร้องเพลง  ญาติของผู้ตายจะโยนกล้วยน้ำว้าดิบเข้าไปในบริเวณที่กระทบไม้เพื่อให้คนที่ทำพิธีไม่สามารถรับได้ก็ให้นำสวิงมารับให้ได้  การโยนจะโยนเพียงครั้งเดียวเท่านั้น  ถ้าโยนเข้าไปแล้วผู้ทำพิธีไม่สามารถรับได้ก็ให้นำสวิงไปตักกล้วยที่หล่นลงพื้นกี่ครั้งก็ได้จนกว่าจะตักกล้วยขึ้นมาได้  เมื่อตักกล้วยขึ้นมาได้ก็หมายความว่า  วิญญาณของผู้ตายได้กลับมาแล้ว  ผู้ทำพิธีจะนำกล้วยใส่ลงไปในตะกร้าที่เตรียมไว้  พร้อมทั้งเสื้อผ้าและของใช้ผู้ตายใส่ลงไปในตะกร้าเช่นเดียวกัน  แล้วนำตะกร้าไปแขวนไว้กับปลายเสาไม้ที่เตรียมไว้ถือว่าพิธีกรรมเรียกวิญญาณเป็นอันเสร็จสิ้น  การประกอบพีเรียกวิญญาณจะทำในวันแรกเพียงวันเดียวเท่านั้น               

 

เมื่อเวลาผ่านไปศาสนาพุทธ  ศาสนาคริสต์  และศาสนาอิสลามได้เผยแพร่เข้าสู่ชุมชน  ความเชื่อเรื่องผีเริ่มลดน้อยลง  พิธีกรรมต่างๆ  ที่เกี่ยวกับความเชื่อเรื่องผีลดน้อยลง  ส่งผลให้พิธีกระทบไม้เปลี่ยนไป  ปัจจุบันการรำกระทบไม้  การแสดงได้ปรับเปลี่ยนเป็นการแสดงไม่มีการร้องโต้ตอบระหว่างหญิงและชาย  แต่เป็นการแสดงทาทางประกอบเพลงการรำระทบไม้  การแสดงเปลี่ยนเป็นการแสดงเพื่อความบันเทิงและแสดงในงานประเพณีต่างๆ  ของหมู่บ้าน  ลักษณะเนื้อหาของการแสดงกะเหรี่ยงกระทบไม้เป็นการบอกเล่าถึงความเป็นมาของการดำรงชีวิต  การประกอบอาชีพแบบเศรษฐกิจพอเพียงของบรรพบุรุษชุมชนชาวกะเหรี่ยง  เมื่อสมัยก่อนซึ่งถ่ายทอดผ่านลำไผ่  โดยคำร้องละท่วงท่าบ่งบอกถึงการประกอบอาชีพทำไร่  การฟัดข้าว  การถางหญ้า  การเกี่ยวข้าว  การนวดข้าว

 

การแสดงการละเล่นกะเหรี่ยงกระทบไม้  นั้นจะประกอบไปด้วย  12  กระบวนท่าเป็นหลัก  แต่ละกระบวนท่านั้นสามารุเปลี่ยนแปลงไปตามความเหมาะสมกับผู้เล่นและสามารถเพิ่มกระบวนท่าในการแสดงตามจิตนาการของตนเองได้  (ขึ้นอยู่กับผู้เล่นจะเป็นกำลังในการกระโดดมากน้อยเพียงไร เพราะการละเล่นต้องใช้พลังและความแข็งแรงของผู้เล่นเป็นหลักด้วย)

 

อุปกรณ์ในการแสดงการละเล่นพื้นบ้านกะเหรี่ยงกระทบไม้  มีดังนี้

 

    1.             1.  ไม้ไผ่

            2.  ยางยืดยืดไม้ไผ่  ในสมัยโบราณไม่มีวัตถุนี้ในการสแดงการนำเอาวัสดุมาใช้เพื่อยึดกระชับไม้ไผ่ในการสแดงให้คงที่ (ใช้ในการแสดงกรณีผู้เล่นไม่ครบ)

            3. ดาบ (ผู้ชายสะพาย)  เป็นสัญลักษณ์ในการปกป้องและป้องกันตัวจากสัตว์ร้ายในการทำงาน

    1.             4. ตะกร้า (ผู้หญิงสะพาย) ใช้ในการบรรจุผัก    

            5. ไม้เคาะจังหวะใช้เพื่อประกอบจังหวะในการแสดง

    1.             6. กีตาร์ 

           การแต่งกายฝ่ายชายแลฝ่ายหญิง  ในการสแดงการละเล่นพื้นบ้านกะเหรี่ยงกระทบไม้  มีดังนี้

                   1. ฝ่ายชาย ประกอบด้วย

 

                       1.1 สะโล่ง

                       1.2 เสื้อกะเหรี่ยงสีแดง สีแดงหมายถึงความกล้าหาญ (ในปัจจุบันมีการนำมาย้อมให้เกิดหลายสีเป็นไปตามยุคตามสมัย)

                       1.3 ผ้าโพกหัว

 

    1.                  2. ฝ่ายหญิง ประกอบด้วย

                       2.1 เสื้อและกระโปรงเป็นชุดเดียวกันสีขาว (หมายถึงหญิงสาวที่ยังไม่มีครอบครัว)

      1.                        2.2  ผ้าโพกหัว

                       2.3  ผ้าถุงสีดำ (แสดงถึงฝ่ายหญิงที่แต่งงานแล้ว)  ปัจจุบันประเพณีเลือนหายไปไม่กำหนดสี

                       2.4  เสื้อสีดำมีลาย

      1.                        2.5  ผาผูกนิ้ว

 

      1. จำนวนผู้แสดงในการแสดงการละเล่นพื้นบ้านกะเหรี่ยงกระทบไม้ มีดังนี้

                   1. ผู้กระทบไม้จำนวน 12 คน

                   2. ผู้กระโดด  จำนวน  4  คน

        1.                    3. ผู้เล่นดนตรี (ไม่กำหนด)

                   4. ผู้ร้อง (ไม่กำหนด)

        

 

               

                ภาพลักษณะการวางไม้ไผ่ในการแสดง คือการนำไม้ไผ่วางเรียงกันให้เกิดช่องในการละเล่น ประกอบด้วย ไม้ไผ่จำนวนทั้งหมด 14 ลำ ไม้ไผ่ลำใหญ่รองพื้นจำนวน 2 ลำ ส่วนไม้ไผ่อีกจำนวน 12 ลำใช้วางทับและกระทบทำให้เกิดเสียงเมื่อนำมาวางเรียงกันจะได้ช่องว่างทั้งหมด 9 ช่องการแสดง

 

 

 

                ลักษณะการนั่งกระทบไม้ของผู้เล่นในการแสดงกะเกรี่ยงกระทบไม้  ซึ่งในการแสดงนั้นจะใช้ผู้แสดง  ทั้งหมด  16  คน  แบ่งเป็นผู้กระทบจำนวน  12  คน  และผู้แสดงกระบวนท้ากระโดดจำนวน  4  คน

 

 

 

              ลักษณะท่าเริ่มต้นในการสแดง  ผู้แสดงยืนตรงพร้อมกระโดทั้งหมด  4  มุมหรือกระบวนท่า

 

 

 

             จังหวะที่ 1 ผู้แสดงก้าวเท่ามาช้างหน้าลงตรงช่อง (สามารถกำหนดทิศทางไหนก่อนก็ได้  จะเริ่มทางขวาหรือทางซ้ายก่อนก็ได้  ขึ้นอยู่ที่ผู้แสดง)

 

 

         

จังหวะที่ 2  เมื่อผู้แสดงวางเท้าหลักแล้วมาวางตรงช่องว่างด้านนอกของกรอบไม้ไผ่

 

 

 

 

 

          จังหวะที่ 3 ผู้แสดงก้าวเท้าหลักมาบริเวณชองว่างด้านซ้ายมือของผู้แสดง  พร้อมกับหันหน้าให้ขนานอุปกรณ์การแสดง  หลังจากนั้นยกเท้ารองมาอยู่ในช่องเดียวกับเท้าหลักและยืนตรง

 

 

 

         

ภาพจังหวะท่าจบในการกระโดด  จังหวะที่  1  และพร้อมที่จะเข้าสู่จังหวะที่ 2

 

 

 

          

ผู้แสดงก้าวเท้าหลักไปยังช้องกลางด้านขวามือ

 

 

 

 

           หลังจากก้าวเท้าหลักแล้วผู้แสดงยกเท้ารองมาวางตรงช่องว่างด้านหน้า

 

 

           ลักษณะท่าจบในจังหวะที่  2  คือเท้าทั้ง  2  ข้างของผู้แสดงจะต้องมายืนอยู่ช่องว่างด้านหน้าในช่องเดียวกัน  โดยเริ่มจากเท้าหลักก่อนและตามด้วยเท้ารอง  พร้อมกลับหลังหันไปจุดเริ่มต้นการแสดง

        

 

 

      

          จังหวะที่ 3 ผู้แสดงก้าวเท้าลงตรงช่องกลางด้านหน้า (ตามลูกศร)

 

 

 

       

                จากนั้นผู้แสดงก้าวเท้าตามลูกศรโดยเริ่มจากลูกศรล่างก่อน  และตามด้วยลูกศรด้านซ้ายมือและตามด้วยลูกศรสุดท้าย  พร้อมยืนตรงและหันหน้าไปทางจุดเริ่มต้นในการกระโดดครั้งแรก

 

 

 

 

                ผู้แสดงก้าวเท้าหลักมาข้างหน้าลงตรงช่องกลางตามลูกศร  พร้อมกับก้าวเท้ารองไปยังช่องว่างด้านนอกด้านบนตามลูกศร  พร้อมกับหมุนตัวหันหน้าเข้าสู่ทางเริ่งต้นการแสดง

 

 

 

                ครบ 1 กระบวนทำในการกระโดดการแสดงกระเหรี่ยงกระทบไม้  หมายเหตุ  กระบวนท่าในการแสดงที่ได้กล่าวมานี้  จะใช้เป็นจังหวะหลักในการกระโดด  ผู้แสดงต้องมีการฝึกซ้อมและมีความชำนาญ  ถ้าไม่มีการฝึกซ้อมอาจทำให้ได้รับบาดเจ็บจากการละเล่น

 

 

 

 

                ภาพประกอบการแสดง  ผู้แสดงประกอบด้วยชาย  2  คนและหญิง  2  คน  ยืนท่าเตรียมอยู่ในมุมของตนเอง  เตรียมพร้อมกระโดดตามจังหวะเพลงและจังหวะกระทบไม้  หลังจากนั้นผู้แสดงจะกระโดดวนตามมุมด้านหน้าของตนเองตามจังหวะ 

 

 

 

 

             หลังจากการกระโดดวนอยู่รอบตัวเอง  นักแสดงเริ่มกระโดดไปข้าง (ซ้ายมือของผู้แสดง)  เพื่อกระโดดไปยังมุมของเพื่อนผู้ร่วมแสดง  (หมุนเวียนซ้ายก่อนและเปลี่ยนมาเวียนทางขวา)  

 

 

 

                ลักษณะผู้แสดงเปลี่ยนจากวนซ้ายมาเป็นขวา

 

 

 

                ภาพลักษณะการกระโดด  ผู้แสดงที่ 1 จะกระโดดไปพบกันที่ช่องกลาง  (ตามลูกศร)  ลักษณะกระโดดเป็นมุมขึ้นไปหาจุดกลางและวนซ้าย – ขวาอยู่ตรงกลาง  ส่วนผู้แสดงคู่ที่  2 จะกระโดดวนซ้ายจนมาถึงมุมของตนเองที่ได้ยืนอยู่ครั้งแรก 

                หมายเหตุ ทุกกระทบท่าจบการแสดง  ผู้แสดงจะกลับมายืนอยู่ที่เดิมเสมอ

 

 

 

 

 

ลักษณะการวนอยู่จุดกึ่งกลางของคู่ที่  1  และการวนรอบข้างของคู่ที่ 2

 

 

 

ผู้แสดงกลับมายืนอยู่มุมของตนเอง  และเปลี่ยนให้ผู้แสดงคู่ที่  2  กระโดดไปพบกันที่ช่องกลาง (ตามลูกศร)  ลักษณะกระโดดเป็นมุมขึ้นไปหาจุดกลางและวนซ้าย – ขวาอยู่ตรงกลาง  ส่วนผู้แสดงคู่ที่ 1 จะกระโดดวนซ้ายจนมาถึงมุมของตนเองที่ได้ยืนอยู่ครั้งแรก

หมายเหตุ  ทุกกระบวนท่าจบการแสดง  ผู้แสดงจะกลับมายืนอยู่ที่เดิมเสมอ

 

 

 

ลักษณะท่าทางการกระโดดของผู้แสดงในการวนของคู่หลักและคู่รอง

 

 

 

          ท่าที่  3  ผู้แสดงจะกระโดดวนอยู่ในช่องของตนเอง  ลักษณะการวนจะเริ่มวนทางซ้ายมือ  เมื่อครบรอบแล้วจะกลับมาวนทางขวามืออีก  1 รอบ

 

 

 

 

         ท่าที่ 4 ลักษณะผู้เล่นจะกระโดดมาวนในช่องกลางทั้ง  2  คู่  พร้อมจับมือทั้งหมด  พร้อมกระโดดไปในทางเดียวกัน  เริ่มจากวนทางซ้าย และกลับมาวนทางขวา

 

 

ภาพลักษณะการจับมือ และกระโดด

 

 

 

 

            

ลักษณะการกระโดดกลับเข้ามุมของตนเอง

 

 

 

 

ลักษณะผู้แสดงฝ่ายหญิงมาอยู่ตรงกลางเพื่อที่จะกระโดดไปรับฝ่ายชาย

 

 

 

 

 

ท่าที่ 5 ลักษณะผู้แสดงฝ่ายชายจะวนมุมของตนเองอยู่กับที่  เพื่อรอฝ่ายหญิงกระโดดมารับ  ส่วนฝ่ายหญิงเมื่อกระโดดมาแล้วจะกระโดดมาถึงจุด (ลูกศร) เพื่อเป็นการมารับและกระโดดหันหลังกลับเพื่อกระโดดกลับไปยังจุดเริ่มต้น

 

 

 

 

ภาพแสดงลักษณะการกระโดดตามกัน

 

 

 

เมื่อฝ่ายหญิงกระโดดมารับแล้ว  ฝ่ายชายจะกระโดดไปร่วมอยู่ตรงกลางและกระโดดตามฝ่ายหญิง

 

หมายเหตุ  เป็นการแสดงให้เห็นวัฒนธรรมของหนุ่มสาวในการจีบและดูใจกันของชาวกระเหรี่ยง  เมื่อฝ่ายหญิงตกลงก็จะกระโดดเชื้อเชิญให้กระโดดตามมาที่บ้าน

 

 

 

 

 

ท่าที่  6  หลังจากฝ่ายหญิงกระโดดมารับฝ่ายชายแล้ว  ฝ่ายชายจะกระโดดมารับฝ่ายหญิงเช่นกัน

 

 

 

 

 

ลักษณะท่าแสดงจบ  เมื่อนักแสดงกระโดดจนครบจังหวะแล้วจะทำทำการรอจบพร้อมดนตรีด้วยการกระโดดวน  เป็นคู่มีการควงแขนตรงกลางหมุนรอบคู่ตนเองจนกว่าดนตรีจะพบ

 

 

 

 

ภาพแสดงลักษณะท่าทางในการกระโดดคู่ของฝ่ายหญิงและฝ่ายชายในการแสดง  การละเล่นกะเหรี่ยงกระทบไม้

 

 

 

 

 

ภาพแสดงลักษณะท่าทางในการกระโดดคู่ของฝ่ายหญิงและฝ่ายชายในการแสดง  การละเล่นกะเหรี่ยงกระทบไม้

 

 

 

 

ภาพแสดงท่าจบการแสดงการละเล่นกะเหรี่ยงกระทบไม้  ผู้แสดงทุกคนจะออกมายืนเรียงกันเป็นหน้ากระดานและจับมือกันจากนั้นโค้งคำนับผู้ชมโดยพร้อมเพียงกัน

 

หมายเหตุ ท่าจบนี้เป็นการคิดค้นขึ้นเองตามความเหมาะกับเวลาและสถานที่ในการแสดง

 

บทเพลงกะเหรี่ยงกระทบไม้  1

 

เปอเมดวอ  เปอเมดวอ  เลอคอดีเดอ  เลอคอดีเดอ

 

ดอปือแว  ดอปือแว  แคเลอ  แคเลอ  ดอปือแวแคเลอ  แคเลอ

 

กรู  นา  กรู  นา  กรู  นานา  กรูนากรู

 

ลูเคเลซา  ลูเคเลซา  ดอชอโมวา  ลูเคเลซา  ดอซอโมวา

 

ดอซอโมวา  เตอควาเฮอ  เตอควาเฮอ

 

บทเพลงกะเหรี่ยงกระทบไม้  2

 

แควะ  แควะ  ลอเมวาเกอ  เบอลี  พอเบเตอ  พะซออ่อ  เตอนี

 

แควะแควะ  ลอเมวาเกอพอลอ  แทเตองาอ่อ  เตอลอ

 

พอ  พอ  ดอซอ  เบอ  ซะ  เม่  ตี  โอ่  ดอ  ตา  แอลากวี

 

เลอ  เบอหิ  ปู  ตา  แอ้  ตากวี  ตาซะตอโละเลอตาโกะมี

 

เบอเกอหิอะออโกะมือนี  เบอเกอปะ  แกออโกะนารี

 

พอ  พอ  ดอ  ซอ  เปอ  ซะเมพะ  ตาซะพวีเกอเนวีอามะ

 

พอ พอ ดอ ซอ เปอ ซะ เม คู ตา เกอ มี เลอ หิปู