เขตการปกครองจังหวัดกาญจนบุรี 

ตัวเมืองตั้งอยู่ที่ตำบลปากแพรกฝั่งซ้ายแม่น้ำแม่กลองเป็นจังหวัดที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ  ป่าไม้มาก  ทั้งยังมีธรรมชาติที่งดงามหลายแห่ง  มีโบราณสถาน  โบราณวัตถุและประวัติศาสตร์ที่เคยเป็นถิ่นของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์  ตั้งแต่ยุคหินเก่าอายุไม่ต่ำกว่า 7000 ปี ตามที่นักโบราณคดีเคยพบหลักฐาน ลักษณะภูมิศาสตร์ที่เต็มไปด้วยป่าเขาลำเนาไพร มีแม่น้ำหลายแห่งทั้งยังเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำแม่กลอง ราษฎรจากหลายท้องถิ่นได้อพยพมาบุกเบิกทั้งทำการเกษตรกรรม  ขุดแร่หาของป่ามากมายทำให้ประชากรทีเศรษฐกิจดี  จึงได้ชื่อว่า  “เมืองทอง”  คือเป็นเมืองแห่งความร่ำรวยดังคำว่ากาญจนบุรี ก็มาจากความหมายนี้

                ตัวเมืองกาญจนบุรีเดิมตั้งอยู่บริเวณทุ่งลาดหญ้าใกล้กลับเขาชนไก่ (ห่างจากศาลากลางจังหวัดในปัจจุบัน 20 กิโลเมตร)

                ในราชการที่ 1 การทำสงครามกับพม่าเปลี่ยนแผนไปเพราะแทนที่พม่าจะยกทัพเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ผ่าน             เมืองสังขละบุรีและเมืองศรีสวัสด์ เข้าเขตสุพรรณบุรี มีทางเดียว กลับยกทัพเรือมาทางเมืองไทรโยค   ล่องมาตามลำน้ำแควขึ้นทางบกทางปากแพรกอีกหนึ่งทาง  ซึ่งได้เลื่อนทัพจากเมืองกาญจนบุรีเก่าลงมาตั้งที่ตำบลปากแพรก ฝั่งซ้ายของแม่น้ำแม่กลองระหว่าง พ.ศ. 2330-2360 ครั้นถึงราชกาลที่ 3 ทรงให้ย้ายเมืองกาญจนบุรีลงมาตั้งที่ปากแพรกและทรงสร้างเมืองโดยก่อกำแพงเมือง  ประตูป้อมปราการ  ให้มั่นคงถาวร เมือ พ.ศ. 2374 ปัจจุบันนี้ได้ปรักหักพังเหลือแต่ประตูด้านเดียวด้านติดแม่น้ำ และศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

                                                                    ปัจจุบันกาญจนบุรี  ได้แบ่งการปกครองเป็น 13 อำเภอ

1.อำเภอเมืองกาญจนบุรี          2 . อำเภอท่าม่วง

3.อำเภอท่ามะกา                       4.อำเภอพนมทวน

5.อำเภอบ่อพลอย                     6.อำเภอไทรโยค

7.อำเภอศรีสวัสดิ์                     8. อำเภอทองผาภูมิ

9.อำเภอสังขละบุรี                   10. อำเภอเลาขวัญ

1.อำเภอเมืองกาญจนบุรี

อำเภอเมืองกาญจนบุรีเดิมชื่ออำเภอเมือง เพราะตั้งที่ว่าการอำเภออยู่ในกำแพงเมือง มาเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอเมืองกาญจนบุรี เมื่อ พ.ศ.2460 ต่อมาได้ย้ายที่ว่าการมาอยู่ที่หมู่ 3 ตำบลปากแพรก ริมถนนแสงชูโต ตามโครงการขยายฝังเมืองของจังหวัด เมื่อ พ.ศ. 2497

2.อำเภอท่าม่วง

เดิมชื่อ อำเภอใต้ เพราะตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดกาญจนบุรี  คือที่บ้านท่าไม้รวก ตำบลม่วงชุม ต่อมาราวปี  พ.ศ.2443  ได้ย้ายที่ว่าการมาอยู่ที่วังขนาย   เหนือวัดศรีโลหะราษฎร์บำรุง  ขึ้นไปประมาณ 1 เส้น แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอท่าม่วง  (แต่ว่าที่ทำการยังคงอยู่ที่เดิม)    ต่อมาได้ย้ายที่ว่าการอำเภอมาตั้งที่ตำบลท่าม่วง  ริมถนนแสงชูโตเมื่อ  พ.ศ.2498

อนึ่ง คำว่า วังขนาย มีประสืบกันมาว่า แม่น้ำแม่กลองห่างจากที่ว่าการอำเภอวังขนายไป  3 เส้น  มีวังน้ำวนเป็นก้นกระทะ  พอถึงฤดุแล้งมีคนหาปลาได้ใช้แหทอดหาปลาในวังนี้เผอิญได้ขนายช้าง 1 คู่  ตั้งแต่นั้นมาจึงเรียกวังน้ำวนนี้ว่า วังขนาย

ส่วนท่าม่วงนั้นเดิมมีสภาพเป็นตลาดท่าน้ำค้ามะม่วง ซึ้งจะมีเกวียนจากพื้นที่ใกล้เคียงนำสินค้ามาส่งที่ท่าน้ำมีเรือแพของบรรดาพ่อค้าแม่ค้ามารอขนถ่ายสินค้าซื้อขายกัน ชาวบ้านทั่วๆๆไปเรียกแถวนี้ว่า ท่ามะม่วง ต่อมาคำกร่อนเป็นท่าม่วง จนถึงปัจจุบัน

3.อำเภอท่ามะกา

ตั้งครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2445 เดิมชื่อ อำเภอลาดบัวขาว เพราะว่าที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่ตำบลลาดบัวขาว (ปัจจุบันอยู่ท้องที่อำเภอบ้านโป่ง)   ต่อมาได้ย้ายมาตั้งที่พงตึกแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “อำเภอพระแท่น” ในปี พ.ศ. 2543 ได้ย้ายมาตั้งที่ตำบลท่ามะการิมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง  และใช้ชื่อว่าอำเภอท่ามะกา ซึ้งในระยะเวลาดังกล่าวแล้วอำเภอนี้ยังขึ้นอยู่กับจังหวัด ราชบุรี เพิ่งโอนมาอยู่กับกาญจนบุรี เมื่อ พ.ศ. 2480 และในปี พ.ศ.2516 ได้ย้ายที่ว่าการ อำเภอมาตั้งที่หมู่ 3 ตำบลท่ามะการิมถนนแสงชูโต

อนึ่ง คำว่า “ท่ามะกา”  นั้นตามทางสันนิฐานและจากการสอบถามคนเก่าคนแก่ๆแล้ว พอจะจับเค้าได้ว่าเนื่องจากอำเภอนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ซึ้งในสมัยก่อนการคมนาคม สมัยนั้นนิยมทางน้ำถ้าหมู่บ้านใดอยู่ริมน้ำ และใช้สำหรับเป็นท่าจอดเรือแพหมู่บ้านบริเวณนั้นก็มักจะเรียกกันโดยมีคำว่า “ท่า”  นำหน้าเช่นท่าเรือ  ท่าไม้ เป็นต้น สำหรับท่ามะกานั้นแต่เดิมมีต้นมะกิอยู่มาก จึงได้ชื่อว่า “ท่ามะกา”

4.อำเภอพนมทวน

พนมทวนเป็นชื่อของหมู่บ้านและชื่อของอำเภอ  อยู่ในจังหวัดกาญจนบุรีพนมทวนเริ่มตั้งเป็นชื่ออำเภอเมื่อ พ.ศ.2437  โดยมีขุนอินทร์ เป็นนายอำเภอคนแรก ที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำทวน  หันหน้าไปทางทิศตะวันออก  เดิมชื่อ “อำเภอเหนือ”  เพราะตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด   คือหมู่ที่ 3 ตำบลพนมทวน    ริมถนนสาย กาญจนบุรี-อู่ทอง  ในราว พ.ศ.2444  ได้เปลี่ยนชื่อเป็น  “อำเภอบ้านทวน”  และในปี พ.ศ. 2481   ทางราชการได้พิจารณาเปลี่ยนชื่อเป็นตำบลพนมทวน ดังนั้นอำเภอจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอพนมทวน

แนวสันนิษฐานเกี่ยวกับอำเภอนี้ แยกเป็น 2 ประเดน คือ 

1 . ชื่อบ้านทวนนั้นคงเรียกตามสภาพภูมิประเทศและลมฟ้าอากาศของท้องถิ่นนี้ กล่าวคือ  พื้นที่ตอนไต้เป็นที่ราบทางตอนเหนือเป็นที่ราบในหุบเขา และตำบลนี้มีลำคลองอยู่สายหนึ่ง น้ำในลำคลองไหลจากทิศใต้ไปยังทิศเหนือส่วนกระแสลมมักจะพัดจากทางทิศตะวันออกทางด้านจังหวัดสุพรรณบุรีแทนที่จะมาทางทิศตะวันตกเหมือนท้องถิ่นอื่นด้วยเหตุนี้ชาวบ้านถึงเรียกชื่อหมู่บ้านแถบนี้ว่า“บ้านทวนน้ำทวนลม ”  แต่เวลาต่อมากชื่อดังกล่าวก็ได้กร่อนมาเป็น บ้านทวน

2.ชื่อ  พนมทวน   ชื่อนี้มีชื่อเล่าต่อๆกันมาเป็นตำนานท้องถิ่นว่า  บริเวณหมู่บ้านแห่งนี้    มีแต่แร่เหล็กชนิดที่มีคุณภาพดีอยู่มาก  ในสมัยสงครามไทย-พม่า มีการตั้งเตาถลุงแร่เหล็ก  แล้วนำแท่งเหล็กนั้นมาตีเป็นอาวุธ “ทวน”  สำหรับใช้ในสงครามชาวบ้านจึงเรียกหมู่บ้านแถวนี้ว่าหมู่บ้านทวน

5.อำเภอบ่อพลอย

เรียกตามชื่ออาชีพของชาวอำเภอนี้คือขุดพลอยขายพลอยที่ขายได้แก่  สตาร์ซัพไฟล์  นิล   พลอยสีฟ้า(พลอยไพลิน)มีชื่อเสียงมากเพราะพลอยทุกชนิดที่ขุดขึ้นมากนั้นล้วนมีแต่สีสันสวยงามแวววาวทำราคาให้ชาวบ้านขุดพลอยได้มาก อำเภอบ่อพลอยอยู่ห่างจากจังหวัดอยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ 50 กิโลเมตรเดิมเป็นกิ่งอำเภอขึ้นอยู่กับอำเภอเมืองกาญจนบุรี ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเมื่อ พ.ศ. 2506                                            

6.อำเภอไทรโยค

คำว่าไทรโยคมีผู้เล่าให้ฟัง 2 นัยคือ    จากการสัมภาษณ์ นายขีดเทียมเมฆา  เล่าว่าไทรโยคเป็นต้นไทรที่โยคีนั่งภาวนาในครั้งก่อนพุทธกาลแล้วเชื่อว่าคงจะอยู่ใกล้ๆกับน้ำตกไทรโยคใหญ่และในบริเวณน้ำตกนั้นก็คงจะมีต้นไทรหลายต้น และเรียกต้นไทรที่โยคีนั่งว่าไทรโยคีและอาจจะเปลี่ยนมาเป็นไทรโยคะแต่ด้วยที่เขียนตกหล่นจึงทำให้สระอะตกหายไปจึงเหลือแต่คำว่า ไทรโยค อำเภอไทรโยค ตั้งอยู่ที่วังโพธิ์   หมู่ที่  1  ตำบลลุ่มสุ่ม  ริมทางรถไฟสายธนบุรี – น้ำตก ห่างจากจังหวัดประมาณ 60 กิโลเมตร อำเภอนี้เดิมเป็นกิ่งอำเภอขึ้นกับอำเภอเมืองกาญจนบุรีได้ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอไทรโยคเมื่อ พ.ศ. 2506

 

7.อำเภอศรีสวัสดิ์

ตั้งตามชื่อลำน้ำแควใหญ่  ซึ่งมีชื่อว่าศรีสวัสดิ์เป็นเมื่อเก่าเมืองหนึ่ง ภายหลังลดลงเป็นด่านชื่อ  ด่านแม่แฉลบ   เมื่อปี พ.ศ.2467 เป็นกิ่งอำเภอขึ้นอยู่กับอำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี และยกฐานะเป็นอำเภอเมื่อ พ.ศ. 2508  ตั้งอยู่หมู่ที่ 3  ตำบลด่านแม่แฉลบ ปัจจุบันเมื่อสร้างเขื่อนบ้านเจ้าเณรแล้ว  ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอมาอยู่อีกฝั่งหนึ่งต่ำจากที่เดิมเล็กน้อย เมื่อ พ.ศ.2519 มีระยะห่างจากจังหวัดประมาณ 120 กิโลเมตร  สภาพภูมิศาสตร์เต็มไปด้วยป่าเขาแร่ธาตุมากมาย  ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวกระเหรี่ยง  ข่า ขมุ

8.อำเภอทองผาภูมิ

อำเภอทองผาภูมิเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรีเส้นทางสัญจรยังไม่เจริญ มีแร่หลายชนิด  เช่น ทอง ดีบุก ฟลูออไรด์ และสินค้าทางนั้นแพงมากบรรยากาศไม่เหมือน อำเภออื่น พอถึงหน้าฝนทางแถบใช้ไม่ได้เลย เพราะแฉะเป็นหลุมเป็นบ่อ ผู้ขับรถก็ต้องเป็นคนที่ชินกับทางนั้นถึงจะขับได้โดยปลอดภัย  เคยมีรถคว่ำตายหลายครั้ง บางครั้งก็เอาขึ้นมาไม่ได้เพราะ เป็นหน้าผา เวลาร้อนก็ร้อนมาก เวลาหนาวก็หนาวเหมือนภาคเหนือพวกพม่าพากันว่าภูมิประเทศนี้ไม่ค่อยเหมือนภูมิภาคอื่นๆจึงตั้งชื่ออำเภอนี้ว่า  อำเภอทองผาภูมิ  อำเภอทองผาภูมิตั้งอยู่ที่ ท่าขนุน ตำบลปรังกาสี เดิม ชื่อกิ่งอำเภอสังขละเปลี่ยนชื่อกิ่งอำเภอเมื่อ พ.ศ. 2482 และได้ยกฐานะเป็นอำเภอเมื่อ พ.ศ. 2484  ห่างจากจังหวัดตามแม่น้ำแควน้อยประมาณ 150 กิโลเมตรพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเขา  ประชากรส่วนใหญ่ เป็น มอญ พม่า ลาว  กะเหรี่ยงอุดมไปด้วยแร่ธาตุและป่าไม้

9.อำเภอสังขละบุรี

เดิมเป็นกิ่งอำเภอขึ้นกับอำเภอทองผาภูมิจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งที่ว่าการที่ตำบลหนองลู  เดิมมีชื่ออำเภอว่า อำเภอเมืองสังขละบุรี  ตั่งที่ว่าการอยู่ที่ตำบลวังกะ พ.ศ.2444 ย้ายไปตั้งที่ท่าขนุน ที่อำเภอเดิมก็ลดลงมาเป็น  กิ่งอำเภอวังกะ  และยุบอำเภอเมืองสังขละบุรีเป็นกิ่งอำเภอสังขละบุรีขึ้นกับอำเภอวังกะ  พ.ศ.2482 เปลี่ยนชื่อกิ่งอำเภอสังขละบุรีเป็นกิ่งอำเภอทองผาภูมิและเปลี่ยนชื่ออำเภอวังกะเป็น อำเภอสังขละบรี ในปี พ.ศ.2484 ยกฐานะกิ่งอำเภอทองผาภูมิเป็นอำเภอและลดฐานะอำเภอสังขละเป็นกิ่งอำเภอทองผาภูมิต่อมายกฐานะเป็นอำเภอขึ้นอยู่กับจังหวัดกาญจนบุรี  สภาพภูมิศาสตร์เต็มไปด้วย ป่าเขา แรธาตุ พันไม้นานาชนิดสัตว์ป่าชุกชม ประชากรส่วนใหญ่เป็นมอญ  พม่า   กะเหรี่ยง     ประชาชนไม่ค่อยมีความสงบสุข เพราะมีทหารมอญ พม่า อิสระ  อยู่ตามชายแดนสำคัญทางยุทธศาสตร์

10.อำเภอเลาขวัญ

จากคำบอกกล่าวอันน่าเชื่อได้ว่า ชื่อชุมชนบ้าน "เลาขวัญ" มาจากราษฎรเชื้อสายลาวที่ได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่บ้านเกาะบ้านเก่าและต่อมาได้มีชาวอำเภอบ่อพลอยได้อพยพเข้ามาอยู่เพิ่มขึ้น      เมื่อทางราชการได้จัดตั้งเป็นหมู่บ้านขึ้นจึงได้ตั้งชื่อว่า "บ้านเลาขวัญ" 

สภาพภูมิอากาศร้อนและแห้งแล้ง ถ้ามีฝนตกชุกก็จะเกิดน้ำท่วม

คำขวัประจำอำเภอ

โบสถ์เก่ามิ่งขวัญ อีสานภาคกลาง ชุมทางเกษตรกรรม ผ้าทองามล้ำ แหล่งน้ำห้วยเทียน หลวงพ่อเยี่ยมรวมใจ งามวิไลเบญจรงค์ มั่นคงด้วยน้ำใจ