นายอุดม ข้องม่วง ปราชญ์ชาวบ้านด้านดนตรีไทย “การร้องเพลงขอทาน”
วันที่เพิ่มข้อมูล : 22-05-2026 00:36:31 | แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 22-05-2026 00:36:31 | อ่านแล้ว 9 ครั้ง
นายอุดม ข้องม่วง ปราชญ์ชาวบ้าน/ภูมิปัญญาท้องถิ่น ร้องเพลงขอทาน เพลงขอทานบ้านสมุน ที่ร้องเล่นกันในหมู่บ้าน ตนเองเป็นผู้เขียนเนื้อเพลง โดยเนื้อเพลงขึ้นอยู่กับ สถานการณ์ต่าง ๆ ว่าร้องในโอกาสอะไร ร้องเพื่อเชิดชูเกียรติให้ใคร หรือจะบอกเล่าเรื่องอะไร สามารถที่จะเขียนได้หมด อย่างเช่น กลุ่มศิลปินเพลงขอทานบ้านสมุน ได้แต่งคำร้องไว้เพื่อต้อนรับคณะกรรมการตรวจเยี่ยม ความโดดเด่นของการอุทิศตนในการทำงานด้านเด็ก นายอุดม ข้องม่วง มีความสนใจเกี่ยวกับเพลงพื้นบ้านโดยเฉพาะเพลงขอทานซึ่งนายมานพ ดิษฐ์กระจัน เคยเห็นการแสดงนี้มาตั้งแต่วัยเยาว์พร้อมกับเคยร่วมแสดงกับพ่อเพลง และแม่เพลง มาก่อนจึงมีแนวคิด ที่จะฟื้นฟูการแสดงชุดนี้ขึ้นมาจึงได้ชักชวนชาวบ้านบางปูนที่มีความรู้และเคยเห็นหรือเคยแสดง จัดตั้งคณะเพลงขอทานและมีโอกาสได้แสดงในงานวันออกพรรษาของวัดสว่างอารมณ์จนเป็นที่ยอมรับในชุมชนเป็นอย่างดี นายอุดม ข้องม่วง จึงนำแนวคิดที่จะอนุรักษ์ศิลปะชิ้นนี้ไว้ จึงอาสาเข้ามาเป็นวิทยากรท้องถิ่นถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเพลงขอทานให้นักเรียน เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของตนไว้ นักเรียนโรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ ชั้น ป.๔ – ป.๖ จึงได้ศึกษาศิลปะพื้นบ้านเพลงขอทาน ในชั่วโมงซ่อมเสริมจนสามารถแสดงเพลงขอทานได้ เช่น กิจกรรมเข้าค่ายพักแรมลูกเสือ เนตรนารี การแสดงในวันเทศกาลเข้าพรรษา ออกพรรษา ของวัดสว่างอารมณ์ ปัจจุบัน นายอุดม ข้องม่วง ยังได้ถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียนชั้น ป.๔ – ป.๖ อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น
เนื้อหาของเพลงขอทาน (ขนมห่อ) แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ
ส่วนที่ ๑ เป็นการพูดเกริ่นถึงสาเหตุที่ต้องการมาขอทาน
ส่วนที่ ๒ เป็นการร้องเพลงพื้นบ้าน เพื่อขอความเห็นใจและเชิญชวนให้ชาวบ้านทำบุญกุศลในการบริจาคทาน
ส่วนที่ ๓ เป็นการร้องเพลงเพื่อกล่าวคำขอบคุณและคำอวยพรให้กับผู้บริจาคทาน “คำพูดและคำร้อง จะมีเนื้อความสั้นๆ ต้องร้องให้ฟังทุกบ้านที่ไปขอทาน จึงต้องมีผู้ร้องหลายคน โดยผลัดเปลี่ยนกันเป็นผู้ร้องและลูกคู่” ถึงตอนสรุปในปีที่มีน้ำหลากมากจนท่วมบริเวณบ้านจึงใช้เรือพายในการปฏิบัติกิจกรรมเพลงขอทาน ปัจจุบันนี้บางปีน้ำไม่ท่วมก็จะใช้วิธีการเดินไปตามบ้านที่ต้องการไปขอทาน การยึดถือประเพณีขอทานนี้ได้หยุดมาช่วงหนึ่งประมาณ ๔๐ ปี ปัจจุบันได้มีชาวบ้านในชุมชนนี้ต้องการอนุรักษ์ประเพณีไว้ จึงได้มีการเริ่มติดต่อขอความรู้จากผู้สูงอายุที่มีชีวิตอยู่และรู้เรื่องเดิมได้พอสมควร ปัจจุบันนี้มีผู้บริหารระดับสูงของทางราชการนำโดย ท่านสุภัทร์ ศรีสุนทรพินิต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้เห็นความสำคัญของเพลงพื้นบ้าน จึงแนะนำให้นำไปเป็นความรู้เข้าโรงเรียน
