ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นบ้านหนองโพธิ์
ประวัติและความเป็นมา
ท้องถิ่นบ้านหนองโพธิ์ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ตำบลดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เป็นรัฐกิจซึ่งมีเขตติดต่อกับบ้านหนองระหงษ์ทางเหนือ ทิศตตะวันออกติดต่อกับบ้านบ่อหว่า ทิศตะวันตกติดต่อกับบ้านห้ายกระเจา และทิศใต้ติดต่อกับบ้านหนองสาหร่าย ที่บ้านหนองโพธิ์เป็นเส้นทางผ่านไปที่ดอนตาเพชรก่อนจะไปเส้นทางตลาดนัดกิโลสามเอ็ดที่ทางอำเภอเขารักษ์ก่อนจะเข้าเส้นทางบนถนนทางบ่อพลอยโดยคิดประมาณ 31 กิโลเมตร แล้วเข้าสู่สุพรพรบุรีเคยเป็นเส้นทางลักสู่ตัวเมืองสุพรรณบุรี
ประวัติความเป็นมาจากบทสัมภาษณ์ผู้คนในบ้านหนองโพธิ์ก่อนจะเป็นหมู่บ้านหนองโพธิ์เคยเป็นส่วนหนึ่งของบ้านดอนตาเพชร ตำบลดอนตาเพชร เป็นพื้นที่ใหญ่มากในเขตเล่ากันมาว่าตอนนั้นในอดีตยุคประมาณ 90 ปี รถ, ทีวี, มอเตอร์โชค์, หลอดไฟ และเทคโนโลยียังไม่เข้าถึงในเขตหมู่บ้านมักจะเข้าทางเมืองกาญจนบุรีมากกว่า การที่จะไปซื้อของใช้ไฟฟ้าจำเป็นต้องขึ้นรถเมล์เครื่องต่อด้วยรถบัสแล้วจอดลงที่หน้าอบต. (องค์การบริหารตำบล) หรือหน้าสำนักงานหน้าอำเภอพนมทวนจังหวัดกาญจนบุรี ตรงที่บชส. (บริษัทขนส่งสาธารณะ) และจอดลงซื้อของที่จำเป็นมากๆ กว่าจะถึงที่หมายก็ใช้เวลาถึงครึ่งวันไม่ก็ตอนเที่ยงช่วงนั้นโทรทัศน์ที่เป็นสีกับไม่มีสีไม่มี ส่วนใหญ่คนในสมัยนั้นชอบฟังเสียงจากคลื่นสัญญาณวิทยุมากหรือเครื่องกระจายเสียงทรามชิสเตอร์ผู้ใหญ่บ้านซึ่งจะมักจะเปิดตอนตี 5 เป็นประจำทุกวันได้ฟังกันส่วนใหญ่จะเป็นข่าวฝนฟ้าอากาศ ข่าวอาชญากรรม ข่าวทั่วไปและเปิดเพลงปิดท้าย สมัยนั้นผู้ประกาศที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือหม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตว์ รายการครอบจักรวาลและอีกรายหลายการตอนนั้นหมู่บ้านหนองโพธิ์ยังถูกเรียกว่าเป็นซอยหนองโพธิ์เรื่อยมาจนกระทั่งรัฐบาลได้เข้ามาที่หมู่บ้านดอนตาเพชรเพื่อจัดสรรเขตชุมชนหรือเขตรัฐกิจเพิ่มทำให้แยกกับหมู่บ้านดอนตาเพชร และเปลี่ยนชื่อจากขอยหนองโทธิ์ และเปลี่ยนกลายเป็นเขตชุมชนหมู่ 8 ชุมชนบ้านหนองโพธิ์
วัดบ้านหนองโพธิ์ ตั้งอยู่ในเขตตำบลดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เป็นวัดที่อยู่มานานประมาณ 90 - 92 ปีเป็นพื้นที่วัดที่อยู่นั้นค่อนข้างที่เก่าแก่เพราะเป็นพื้นที่ป่าเก่าโบราณแต่สืบไม่ได้ว่าใครเป็นคนสร้างวัดแห่งนี้เมื่อเข้าภายในวัดเป็นภาพจิตรกรรมไทยฝาผนังรูปของสวรรค์ 7 ชั้นฟ้ามีเทวดาเทพบุตรเทพธิดานางฟ้าที่ไหว้กราบพระพุทธรูปบางโรยดอกไม้ที่เหมือนดอกพิกุลสีทอง หรือดอกปาริชาตที่โปรยลงมาให้กับพระพุทธรูปสีทองอร่าม ฝาผนังแต่งแต้มสีไทยโทนสะอาดสบายตาโดยมีพระอุโบสถที่ภายในก็เหมือนกับภายในวัดเลยเพราะการบูรณะวัด และโบสถ์พื้นที่บริเวณวัดเริ่มมีการรักษาความสะอาดมีการเพิ่มพื้นที่มากขึ้นจนบูรณะเสร็จสมบูรณ์ เริ่มตั้งวัดเริ่มเปิดฤกษ์ดีเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2510 รับวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2515 ปัจจุบัน เจ้าอาวาสวัดหนองโพธิ์คนปัจจุบัน คือ พระยุธารา ยุตตธมโม
ปัจจุบันคนบางคนยังเรียกเป็นซอยบ้านหนองโพธิ์อยู่บ้านแต่คนส่วนใหญ่เรียกบ้านหนองโพธิ์
วัดและบ้านหนองโพธิ์ ตามข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ความว่า
"สมัยนั้นนะตอนที่น้ายังเด็กเลยนะเป็นวัยละอ่อน เมื่อก่อนบ้าน
หนองโพธิ์เป็นซอยหนองโพธิ์อยู่เลยเพราะตอนนั้นเป็นพื้นที่เดียวกับดอนตา
เพชรทั้งนั้นแถวซอยจะมีบ่อหว้าที่อยู่ใกล้ๆ สุดคนในซอยไม่มีรถใช้กันถ้าจะมี
จริงๆ ต้องมีตัวค์ใช้ด้วย แถมหนังสือเล่มแพงมากไม่ได้ไม่ได้แจกฟรีแบบรัฐบาล
ที่มีนโยบายพวกวัยน้าต้องขอพี่เขาที่จบแล้วมาเรียนตามวิชานั้นๆโดยเฉพาะ
หนังสือรายวิชาอังกฤษที่มากๆถ้าจะไปซื้อของใช้ไฟฟ้าหรือหนังสือเรียนนะต้อง
ขึ้นรถเมล์เครื่องต่อรถเมล์ลงที่บขส. ถึงที่นะใช้เวลาครึ่งวัดเลยตอนกลับก็
เหมือนเดิมกลับตอนเย็นๆ บอกเลยสมัยนั้นลำบากว่าสมัยนี้เลย"
สัมภาษณ์ นางสุธิดา แย้มอาษา
ชาวบ้านชุมชนบ้านหนองโพธิ์
วันที่ 10 กันยายน 2565
"ตั้งแต่สมัยก่อนจะเป็นหมู่บ้านเคยเป็นซอยหนองโพธิ์เป็นเส้นทาง
ผ่านไปสู่จังหวัดสุพรรณบุรี เพราะที่นี้เป็นเส้นทางลัดเลาะได้ง่ายมาก ก่อนที่
รัฐบาลจะเข้ามาแบ่งเขตพื้นกันจากซอยเป็นชุมชนหมู่บ้านแต่เทคโนโลยียังเข้า
ไม่ค่อยถึงยังใช้ตะเกียงน้ำมันแทนหลอดไฟ และใช้เวลาทำการบ้านหรืออ่าน
หนังสือ แต่ก็รับรู้ข่าวสารได้จากคลื่นวิทยุกับเครื่องประกาศเสียงตามบ้าน"
สัมภาษณ์ นางวรณิกา เพ็ชรปานกัน
ชาวบ้านชุมชนบ้านหนองโพธิ์และข้าราชการ
วันที่ 10 กันยายน 2565
"จะให้ผมเล่าประวัติบ้านหนองโพธิ์เรื่องเล่าค่อนข้างยาวมากนะ
เดี๋ยวจะย่อให้ฟังบ้านหนองโพธิ์เป็นซอยเป็นพื้นที่เดียวกับตอนตาเพรรทั้งหมด
ประมาณปู่ทวด 90 กว่าปีนู้นเป็นถนนดินแดงตัดผ่านสามารถเข้าไปดอนตา
เพชรเข้าต่อที่เข้ารักษ์ต่อรถเมล์รถสองแถวเข้าผ่านอู่ทองจังหตุพรรมบุรี
ระยะทางละ 31 - 33 กม. ถ้าจำไม่ผิดแล้วมีแยกเข้าเมืองกาญจนบุรีอีกหลาย
เส้นทาง"
สัมภาษณ์ นายมงคล วิเศษสิงค์
ผู้ใหญ่บ้านหนองโพธิ์หมู่ 8
วันที่ 10 กันยายน 2565

ภาพที่ : วัดบ้านหนองโพธิ์
หลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี
วัดบ้านหนองโพธิ์ ตั้งอยู่บ้านหนองโพธิ์หมู่ 8 ตำบลดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เป็นวัดที่อยู่มานานประมาณ 90 - 92 ปีเป็นพื้นที่วัดที่อยู่นั้นค่อนข้างที่เก่าแก่เพราะเป็นพื้นที่ป่าเก่าโบราณแต่สืบไม่ได้ว่าใครเป็นคนสร้างวัดแห่งนี้เมื่อเข้าภายในวัดเป็นภาพจิตรกรรมไทยฝาผนังรูปของสวรรค์เทวดาเทพบุตรเทพธิดานางฟ้าแถมอยู่อิริยาบถ บางองค์ที่ไหวักราบพระพุทธรูปบางโรยดอกไม้ที่เหมือนดอกพิกุล หรือดอกปาริชาตที่โปรยลงมาให้กับพระพุทธรูปสีทองอร่าม ฝาผนังแต่งแต้มสีไทยโทนสะอาดสบายตาโดยมีพระอุโบสถที่ภายในก็เหมือนกับภายในวัดเลยเพราะการบูรณะวัด และโบสถ์พื้นที่นที่บริเวณวัดเริ่มมีการรักษาความสะอาดมีการเพิ่มพื้นที่มากขึ้นจนบูรณะเสร็จสมบูรณ์ เริ่มตั้งวัดเริ่มเปิดเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2510 รับวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2515 ปัจจุบัน เจ้าอาวาสวัดหนองโพธิ์คนปัจจุบัน คือ พระยุธารา ยุตฺตธมฺโม
ศาลาบ้านหนองโพธิ์ อยู่เขตตำบลดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน จังหวัดกาฎจนบุรี บ้านหนองโพธิ์หมู่ 8 แต่ก่อนเคยเป็นเส้นทางเก่าที่มีหนองน้ำขนาดใหญ่ และมีต้นโพธิ์ประมาณ 20-25 คนโอบ เคยเป็นแหล่งเก่ามากเพราะต้นโพธิ์มีคนเข้ามาศึกษายุต้นไม้มากกว่า 100 ปีเพราะวงแหวนต้นไม้ พอคนพบมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงถูกเรียกเขตนี้ว่า หนองโพธิ์ตามข้อมที่ใต้จาการบพสัมภาษณ์ความว่า
"ในวัดบ้านหนองโพธิ์ และอุโบสถมีพระพุทธรูปจำนวนมากเป็น
ของเก่าไม่มากอายุน่าจะมากกว่า 90 ปี มั้ง เพราะตั้งแต่เกิดวัยเข้าเรียนได้ก็
เห็นวัดอยู่ตั้งพื้นที่นั้นนานแล้ว"
บทสัมภาษณ์ นางกิ่งกาญจน์ แย้มอาษา
ชาวบ้านในชุมชนบ้านหนองโพธิ์
วันที่ 10 กันยายน 2565
"ก่อนจะมีศาลาที่ใช่จนทุกวันนี้ เคยเป็นพื้นที่เก่ามาก่อนแถมมีต้น
โพธ์สูงกว้างมาก ๆ เด่นอยู่ข้าง ๆ หนองน้ำนู้นก่อนจะโดนเทศบาลและอดีต
ผู้ใหญ่สั่งตัดทำเป็นศาลาใช้สอยเลย ปัจจุบันก็ถ้ามีทำมีทำบุญเทศกาลงานใหญ่ ๆ
ครบครอบก็จะมาทำบุญที่ศาลา"
บทสัมภาษณ์ นายย้วน เที่ยงธรรม
ชาวบ้านในชุมชนบ้านหนองโพธิ์
วันที่ 10 กันยายน 2565
"ตอนนั้นวัดยังไม่ได้เปิดเป็นทางการ วัดอยู่ในสภาพเก่าชำรุดมาก
ก่อนบูรณะและเปิดทำการให้คนในหมู่บ้านใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจได้และได้ฟัง
ธรรมกัน"
บทสัมภาษณ์ นายสมหมาย แย้มอาษา
ชาวบ้านในชุมชนบ้านหนองโพธิ์
วันที่ 10 กันยายน 2565
วัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น
ร่อยพรรษา เป็นเพลงพื้นบ้านที่ร้องเฉพาะในช่วงก่อนออกพรรษาประมาณ 7 วัน เพื่อร้องเชิญ
ชวนชาวบ้านให้ร่วมบริจาคจตุปัจจัยไทยทาน เงิน ข้าวสาร ฯลฯ แล้วรวบรวมนำไปถวายวัดในวันทอฐินโดยมีกลุ่มนักเพลงที่มีทั้งพ่อเพลง แม่เพลง และลูกคู่เดินไปตามหมู่บ้านหรือชุมชนต่างๆ เดินทางออกไปร้องในเวลากลางคืน ตั้งแต่หัวค่ำไปจนดึกบางครั้งถึงสว่างการร้องเพลงร่องพรรษาปรากฎเฉพาะในพื้นที่อำเภอพนมทวน อำเภอห้วยกระเจา อำเภอบ่อพลอย และบางส่วนของอำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
ลักษณะของเพลงร่อยพรรษา การร้องเพลงร่อยพรรษา เป็นการร้องโดยพ่อเพลง แม่เพลง และลูกคู่เท่านั้น ไม่มีเครื่องดนตรีหรือการปรบมือประกอบการร้อง ท่วงทำนองการร้องใช้การเอื้อนและทอดเสียงยาวคล้ายทำนองสวด มีลูกคู่ร้องรับซ้ำในบางท่อน ส่วนการแต่งกายของคณะเพลงร่อยพรรษา นิยมแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดไปทำไร่ทำนาตามปกติ เช่น ผู้ชายนิยมใช้เสื้อแขนยาว สวมกางเกงขายาว สวมหมวก ผู้หญิงนุ่งโจงกระเลนหรือนุ่งผ้าถุงสวมงอบ ประดับดอกไม้ที่หาได้ในท้องถิ่นผู้ร้องทุกคนถือไม้เท้า มีคนหาบกระบุงตะกร้า 2 หาบ อีกคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นคนถือพานมีดอกไม้พื้นบ้านวางพองามพานนี้สำหรับรับเงินที่เจ้าของบ้านนำมาร่วมบริจาค
เมื่อคณะเพลงร่อยพรรษาเดินทางถึงบ้านใดคนหาบกระบุงหรือตะกร้ากับคนถือพาน จะยืนในตำแหน่งตรงกลางแถวหน้าเพื่อสะดวกในการรับสิ่งของหรือเงินที่เจ้าของบ้านนำมาร่วมทำบุญส่วนนักเพลงยืนรวมกันร้องรำเต้นไป เพลงร่อยพรรษา บทร้องแต่ละบทมีจำนวนคำกลอนระหว่าง 3 - 4 คำกลอน บางคณะอาจมีความยาวมากกว่านี้ เช่น สำนวนเพลงของบ้านทุ่งสมอมีความยาวของคำกลอน 12 คำเนื้อหาสาระของเพลงร่อยพรรษา อาจจำแนกได้เป็น 3 ตอน แต่ละตอนมีเพลงที่ใช้คือ
ตอนที่ 1 เพลงเดินหรือเพลงชม
ลูกมาเดินชักแถว (โอย) ว่าแนวทาง ลูกมายกเท้าเอ๋ยก้าวย่างค่อยบรรจง (โอย) เดิน
(ลูกคู่รับ) ยกเท้าเอ๋ยก้าวย่างค่อยบรรจง (โอย) เดิน ลูกมาเดินน้อมถ่อมตัว
ลูกมาเดิมริวรั้วหมาคุณแม่มันก็เห่า ลูกไม่รู้จะออกจะเข้าเข้าไปซอยไหน
คุณพ่อคะคุณแม่ขามาดูหมาให้ลูกบ้าง ลูกใคร่เดินทาง (โอย) ไป
(ลูกคู่รับ) ดูหมาให้ลูกบ้าง ลูกใคร เดินทาง (โอย) ไป
ตอนที่ 2 เพลงให้พร
(โอย ) ลูกน้อยจะให้พร ให้เอาผ้าขาวที่เนื้ออ่อนๆ
มารับเอาพรลูกจะให้ ขอให้มีเงินเต็มห้อง และขอให้มีทองเต็มหีบ
ให้มีเพชรพลอยว่าสร้อยแหวน ให้เต็มคอเต็มแขนกันสวยสด
พระพุทธองค์ทรงโปรด ละก็โปรดประทาน (โอย) พร
ตอนที่ 3 เพลงลา
(โอย ) ลูกน้อยต้องขอลานะเอย เดือนสิบเอ็ดปีหน้าจึงค่อยมากันอีกใหม่หากบุญ
ชักนำกรรมไม่บังจะกลับมาร้องให้กันอีกใหม่ ลูกยกมือบ๊ายบาย ลูกต้องลาไป (โอย ) ก่อน
ความเชื่อของคนในท้องถิ่น
สัญลักษณ์การนับถือเช่นไหว้ดีประจำจาตระกูลของคนบ้านหนองโทธิ์ที่ที่ที่บที่สืบทอดต่อกันมาแต่โบราณ โดยมากจะเป็นหม้อดินที่มาของชื่อเรียก หม้อตาหม้อยาย ยังมีสัญลักษณ์อื่นๆ อีกบ้างไม่มากนัก เช่น ตะกร้า, กระบอก, ถ้วย, ชาม, จาน และบ้าน โดยจะเรียกชื่อสัญลักษณ์ฝีประจำตระกูลของตนเหล่านี้ว่าตะกร้ายาย, กระบอกยาย, ถ้วยยาย, ชามยาย, จานยาย และบ้านยาย เป็นต้น เป็นสัญลักษณ์ที่จะแสดงให้รู้ว่าคนผู้นั้นสืบเชื้อสายตระกูลมาจากไหน
จังหวัดกาญจนบุรี เชื่อกันว่าพวกตนเป็นคนไทยแท้แต่โบราณ ไม่ได้อพยพมาจากไหนอยู่อาศัยกันมาที่นี่แต่โบราณ อย่างน้อยก็ตั้งแต่สมัยอยุธยาเป็นคนไทยที่ไม่มีเชื้อสายคนชาติใดปน ในขณะที่นักวิชาการระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีเชื้อมอญ เพราะสำเนียงพูดเหน่อต่ำต่างจากคนท้องถิ่นเมืองกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี หรือนครปฐม ที่ต่างก็เหน่อไปคนละแบบรวมทั้งความเชื่อเรื่องหม้อตาหม้อยายที่คล้ายกับความเชื่อเรื่องผีบรรพชนของชาวมอญแต่วิถีชีวิตและวัฒนธรรมนั้นอาจเป็นมอญ เช่น การแต่งกาย นาคก่อนบวช ความเชื่อเรื่อง หม้อยาย ซึ่งเป็นความเชื่อเกี่ยวกับการนับถือผีบรรพชน แต่เนื่องจากไม่หลงเหลือภาษาพูด โบราณวัตถุ และโบราณสถาน รวมทั้งเรื่องเล่าของปู่ย่าตายายที่เกี่ยวกับมอญจึงไม่สามารถสรุปให้ชัดเจนลงไปได้
พิธีเซ่นไหว้ประจำปี โดยจะทำกันในในเดือน 6 ของทุกปี ข้าวของเครื่องใช้ประกอบด้วย บายศรี ปากชาม ขนมต้มแดงต้มขาว หัวข้าวหัวแกง หมากพลู น้ำ และดอกไม้ธูปเทียน และเครื่องเช่นไหว้ยายของแต่ละครอบครัวอาจจะแตกต่างกัน

ภาพที่ : หม้อตาหม้อยาย
รายการอ้างอิง
กิ่งกาญจน์ แย้มอาษา สัมภาษณ์เมื่อ วันที่ 10 กันยายน 2565.
มงคล วิเศษสิงค์ สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2565.
มรดกทางศิลปวัฒนธรรม. ( 2565 ). เพลงร่อยพรรษา. เข้าถึงเมื่อ 4 กันยายน 2565. จาก http://ich.culture.go.th/indexphp/th/ich/performing-arts/236-performance/
ย้วน เที่ยงธรรม สัมภาษณ์เมื่อ วันที่ 10 กันยายน 2565.
วรณิกา เพ็ชรปานกัน สัมภาษณ์เมื่อ วันที่ 10 กันยายน 2565.
ศิลปวัฒนธรรม. ( 2565 ). หม้อตาหม้อยาย. เข้าถึงเมื่อ 4 กันยายน 2565. จาก https//www.silpa-mag.com/history/article 10116
สมหมาย แย้มอาษา สัมภาษณ์เมื่อ วันที่ 10 กันยายน 2565.