ไอคอนบทความ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอำเภอเมืองกาญจนบุรี


วันที่เพิ่มข้อมูล : 2026-11-04 08:09:30 แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 2026-11-04 08:09:30 อ่านแล้ว 1 ครั้ง
แชร์บทความ: Facebook LINE

ประวัติและความเป็นมา

          อำเภอเมืองกาญจนบุรี ตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันตกของประเทศไทย มีอาเขตติดต่อกับอำเภอข้างเคียงดังนี้ ทิศเหนือติดกับอำเภอไทรโยค อำเภอศรีสวัสดิ์ และอำเภอบ่อบ่อพลอย ทิศใต้ติดต่อกับ อำเภอด่านมะขามเตีย ทิศตะวันออกติดกับ อำเภอพนนมทวน และ อำเภอท่าม่วง ทิศศตะวันตกติดกับเขตตตะนาวศรีและมีประวัติความเป็นมา ดังนี้

          ยุคหินเก่า มีอายุประมาณ 1,800,000 - 10,000 ปีก่อนคริสตกาล มนุษย์ยุคหินเก่าเป็นพวก

เร่ร่อนอาศัยอยู่ตามถ้ำ เพิงผา ที่กลางแจ้ง หรือตามใต้ต้นไม้ที่ใกล้แหล่งน้ำมีการสร้างเครื่องมือหินกะเทาะเพื่อใช้ในการ ตัด สับ ขุด พบที่ถ้ำไทรโยคและริมแม่น้ำแควน้อย

          ยุคหินกลาง มีอายุประมาณ 11,000 - 8,000 ปีก่อนคริสตกาล มนุษย์ยุคนี้ยังคงใช้วิถีชีวิต

แบบมนุษย์ยุคหินเก่าอยู่ แต่มีการทำเครื่องมือเครื่องใช้ที่ประณีตขึ้น เริ่มสร้างภาชนะดินเผามาใช้ใน

ชีวิตประจำวัน พบที่ถ้ำไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

          ยุคหินใหม่ มีอายุประมาณ 3,900 - 1,500 ปีก่อนคริสตกาลมนุษย์ยุคนี้เริ่มรู้จักการสร้างถิ่น

ฐานการทำเกษตรกรรม การเลี้ยงสัตว์ ทำเครื่องมือหินขัดที่มีความคม ผิวเรียบ เริ่มสร้างเครื่องปั้นดินเผา พบที่ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

          ยุคโลหะ มีอายุประมาณ 5,6000 - 2,000 ปีก่อนคริสตกาล มนุษย์ยุคนี้มีการดำรงที่คล้ายกับ

มนุษย์ยุคหินใหม่ คือ รู้จักการสร้างเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ สร้างบ้านเรือนเป็นหลักแหล่งแต่ก็มีบางส่วนที่ยังคงเร่ร่อนไปในที่ต่างๆ เครื่องมือเครื่องใช้ทำมาจากสำริดหรือเหล็ก มีการติดต่อกับพื้นที่ต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนสิ่งของระหว่างกัน พบที่บ้านดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี

          อาณาจักรพวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 12 - 16) เป็นอาจนักจักรที่เก่าแก่และมีพื้นที่มากที่สุดโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองนครปฐม กาญจนบุรีตั้งอยู่บนเส้นทางคมนาคมติดต่อระหว่างดินแดนแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยากับดินแดนพม่าในปัจจุบัน เป็นเส้นทางการค้าในสมัยโบราณทำให้กาญจนบุรีได้รับอารยธรรมจากอินเดีย คือ พระพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ โดยเฉพาะศิลปะในสมัยคุปตะและหลังคุปตะ พบที่ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมืองกาญจนบุรี

          อาณาจักรละโว้ (พุทธศตวรรษที่ 12 - 18) ช่วงพุทธศตวรรษที่ 17 - 18 ชุมชนโบราณในกาญจนบุรีได้รับวัฒนธรรมขอม ซึ่งเห็นได้ชัดจากอิทธิพลทางศาสนาพุทธนิกายมหายานแบบขอม สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีการก่อสร้าง ศาสนสถาน รูปเคารพ และปราสาท พบที่ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี และตำบลกลอนโด อำเภอด่านมะชามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี

          สมัยอยุธยา (พ.ศ.1893 - พ.ศ.2310) ด้วยที่ตั้งของเมืองกาญจนบุรีเก่าตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก

ของประเทศไทยซึ่งติดกับเขตแดนพม่า จึงเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญเพราะมีปราการทางธรรมชาติทำให้ประหยัดทรัพยากรและเวลาในการสร้างกำแพงเมือง และเมื่อเกิดสงครามประชิดเมืองจนไม่สามารถป้องกันเมืองได้ สามารถละทิ้งเมืองหรือถอยแนวป้องกันออกไปได้ทันทีพบที่บ้านท่าเสา ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

          สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ.2325 - ปัจจุบัน) ในปี พ.ศ. 2328 เป็นช่วงที่พระเจ้าปะดุงแห่ง

กรุงหงสาวดีต้องการขยายพระราชอำนาจให้กว้างขวางกว่ารัชกาลก่อน ทำให้เมืองกาญจนบุรีเก่าในช่วงเวลานี้จึงมีสถานะที่ไม่แตกต่างไปจากสมัยกรุงศรีอยุธยา หลังสิ้นสุดสงครามระหว่างกรุงรัตนโกสินทร์กับพม่าทำให้บทบาทในการเป็นเมืองหน้าด่านของเมืองกาญจนบุรีเก่าหมดความสำคัญลง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองกาญจนบุรีจากบ้านท่าเสา ตำบลลาดหญ้า มาที่เมืองปากแพรกด้วยเหตุผลด้านการรบและเพื่อการค้าขายกับเมืองราชบุรี  พบที่ ตำบลปากแพรก ตำบลบ้านใต้ ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

          สมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา (พ.ศ. 2484 - 2488) เป็นยุคสมัยที่อยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองกาญจนบุรีได้ถูกใช้เป็นทางผ่านในการสร้างทางรถไฟไปยังประเทศพม่า เพื่อให้กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นได้บุกโจมตีประเทศอินเดีย ซึ่งในขณะนั้นอินเดียยังอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ในช่วงที่สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เริ่มเต็มไปด้วยความวุ่นวายและความโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับเชลยสงครามที่ต้องใช้แรงงานในการสร้างทางรถไฟ สำหรับชาวเมืองกาญจนบุรีต่างก็ได้รับผลกระทบจากจากสงครามโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการโจมตีจากฝ่ายสัมพันธมิตร หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลงสถานที่ต่าง ๆ ที่ถูกสร้างในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้รับการพัฒนาเป็นอนุสรณ์ถึงความโหดร้ายของสงคราม พบที่ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

ภาพที่ : แผนที่แสดงอาณาเขตอำเภอเมืองกาญจนบุรี

 

          หลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี

          หลักฐานที่แสดงถึงความเป็นมาของ อำเภอเมืองกาญจนบุรี ได้แก่

          1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2508 เพื่อเก็บรวบรวมรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุสมัยยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ได้จาการขุดค้นทางโบราณคดีบ้านเก่า และแหล่งโบราณคดีอื่น ๆ ในจังหวัดกาญจนบุรี สืบเนื่องมาจาก ดร.เอช อาร์ แวน เฮเกอเร็น (Dr.R.Van Heekeren) นักโบราณคดีชาวฮอลันดา ซึ่งถูกจับเป็นเชลยศึกและถูกเกณฑ์มาสร้างทางรถไฟสายมรณะในสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้พบเครื่องมือหินกะเทาะและขวานหินขัดขณะทำงานอยู่บริเวณตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อสงครามสงบลงจึงได้นำเครื่องมือหินที่พบกลับไปศึกษาวิเคราะห์ที่ พิพิธภัณฑ์พีบอดีสหรัฐอเมริกา และนำไปสู่การสำรวจขุดค้นทางโบราณคดีโดยมีทั้งนักโบราณคดีและต่างประเทศในพื้นพื้นที่บ้านเก่าเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2499 หลังจากนั้นระหว่างปี พ.ศ. 2503 - 2505 คณะสำรวจก่อนประวัติศาสตร์โครงการความร่วมมือทางโบราณคดีระหว่างไทย และเดนมาร์กได้เข้ามาทำการศึกษาขุดค้นทางโบราณคดีที่แหล่งโบราณคดีบ้านเก่า บริเวณที่ดินของนายลือ นายบาง เหลืองแดง ริมแม่น้ำแควน้อย พบโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์จำนวนมาก ต่อมากรมศิลปาการได้จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่าขึ้นในบริเวณแหล่งขุดค้น

 

ภาพที่ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า

          2. วัดเมืองกาญจนบุรีเก่า (วัดนางพิมพ์) ตั้งอยู่ในบริเวณเมืองกาญจนบุรีเก่า เดิมเป็นวัดร้างในสมัยอยุธยาเล่ากันว่า นางพิมพ์เป็นผู้สร้างภายในวัดมีซากเจดีย์เก่าทรงกลมฐานต่ำและซากกำแพง

          3. วัดไชยชุมพลชนะสงคราม หรือ วัดใต้ คาดว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาเพราะ ค้นพบเจดีย์เก่าหลังวัดเหตุที่ได้ชื่อว่าวัดไชยชุมพลชนะสงครามหรือวัดใต้เพราะตั้งอยู่ทางทิศใต้ของกำแพงเมืองกาญจนบุรีใหม่และในช่วงสงครามเก้าทัพ กองทัพสยามได้มาประชุมกันที่วัดนี้และยกทัพออกไป

รบกับพม่าและได้รับชัยชนะทุกครั้งที่มีการประชุมวางแผนรบกับกองทัพพม่าที่วัดนี้

  

ภาพที่  วัดเมืองกาญจนบุรีเก่า ( วัดนางพิมพ์)  ภาพที่  วัดไชยชุมพลชนะสงคราม

          4. อุทยานประวัติศาสตร์สงครามเก้าทัพ เป็นแหล่งศึกษาทางประวัติศาสตร์ในสงคราม 9 ทัพ เกี่ยวกับการจัดทัพ การนำทัพ หลักการใช้ภูมิประเทศเส้นทางเดินทัพตลอดจนการดำเนินกลยุทธ์ซึ่งทำให้ฝ่ายไทยมีชัยชนะ

          5. ประตูเมืองกาญจนบุรี พ.ศ. 2374 สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 เมื่อครั้งย้ายเมืองกาญจนบุรีเก่าจากตำบลลาดหญ้ามาตั้งที่ตำบลทางด้านยุทธศาสตร์การรบที่มีชัยภูมิที่ดีกว่าและยังเดินทางค้าขายได้สะดวกกว่าเมืองกาญจนบุรีเก่า

   

                                                         ภาพที่ : อุทยานประวัติศาสตร์สงครามเก้าทัพ                                                                  ภาพที่ : ประตูเมืองกาญจนบุรี พ.ศ. 2374

          6. อาคารที่อยู่อาศัยในชุมชนปากแพรก ส่วนใหญ่เป็นอาคารที่ใด้รับอิทธิพลจากศิลปกรรมจีน เวียดนาม และอาคารแบบชิโนโปรตุกีส

          7. สะพานข้ามแม่น้ำแควถูกสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ โดยหยาดเหงื่อแรงงาน รวมทั้งชีวิตของเชลยศึกสัมพันธมิตรนับหมื่นคนสะพานข้ามแม่น้ำแควเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปี

พ.ศ. 2486 หลังจากใช้มาได้ 1 ปี ในปี พ.ศ. 2487 สะพานก็ถูกทหารฝ่ายสัมพันธมิตรโจมตีทางอากาศโดยการทิ้งระเบิดใส่สะพานทำให้สะพานท่อนกลาง หลังญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงคราม และสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงรัฐบาลไทยได้ซื้อทางรถไฟและสะพานข้ามแม่น้ำแควจากอังกฤษเป็นจำนวนเงิน 50 ล้านบาท แล้วบูรณะซ่อมแซมขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2489

   

                                         ภาพที่ : อาคารแบบชิโนโปรตุกีส                                                                                                            ภาพที่ : สะพานข้ามแม่น้ำแคว

          บุคคลสำคัญ

          บุคคลที่มีความสำคัญของอำเภอเมืองกาญจนบุรี ได้แก่

          1. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์จักรี ได้ย้ายเมืองกาญจนบุรีเก่าจากตำบลลาดหญ้ามาตั้งอยู่ที่เมืองปากแพรก ด้วยเหตุผลด้านยุทธศาสตร์การรบ เพราะเมืองปากแพรกมีชัยภูมิที่เหนือกว่าและเมืองกาญจนบุรีใหม่อยู่ใกล้กว่าเมืองกาญจนบุรีเก่า ทำให้เหมาะกับการค้ามากกว่า เนื่องจากหน้าเมืองกาญจนบุรีใหม่นั้นมีแม่น้ำไหลผ่าน

          2. หลวงปู่เปลี่ยน อินทสโร หรือ พระวิสุทธรังษี อดีตเจ้าอาวาสวัดไชยชุมพลชนะสงคราม อดีตเจ้าคณะ อำเภอเมืองกาญจนบุรีและอดีตเจ้าคณะ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนวิสุทธรังษี จังหวัดกาญจนบุรี โรงเรียนประจำจังหวัดกาญจนบุรี

         

ภาพที่ : พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภาพที่ : หลวงปู่เปลี่ยน อินทสโร

          3. พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) อดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 2 อดีตหัวหน้าคณะราษฎร และอดีตแม่ทัพใหญ่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

          4. พันโทบุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์ ได้ยอมเสี่ยงชีวิตของตนเอง เพื่อช่วยเหลือเชลยศึกที่บาดเจ็บ และขาดสารอาหารเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

 

ภาพที่ : พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน)                                                                    ภาพที่ : พันโทบุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์

          5. สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกองค์ที่ 19 (สมเด็จพระญาณสังวร) ได้ทรงบูรณะซ่อมสร้างเสนาสนะและถาวรวัตถุอันเป็นสาธารณประโยชน์เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นปูชนียสถาน โรงเรียนโรงพยาบาล ฯลฯ

ภาพพี่ : สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายกองค์ที่ 19 (สมเด็จพระญาณสังวร)

          เอกลักษณ์ของท้องถิ่น

          เอกลักษณ์ที่มีเฉพาะในอำเภอเมืองกาญจนบุรี ได้แก่

          1. งานเทศกาลชาวเรือชาวแพ จัดขึ้นประจำทุกปีในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ที่บริเวณถนนสองแควริมน้ำหน้าเมืองกาญจนบุรีภายในงานมีกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน การแสดงมหกรรมลูกทุ่ง นิทรรศการทางวิชาการเกี่ยวกับการอนุรักษ์แม่น้ำลำคลอง และการแข่งขังขันกีฬาทางน้ำประเภทต่างๆ

          2. ขนมครกเมืองกาญจน์ ขนมครกเมืองกาญจนบุรีจะแตกต่างจากที่อื่นตรงที่ แป้งขนมครกเมืองกาญจนบุรีนั้นจะใช้วิถีการโม่แป้งจากข้าว

          3. ปาท่องโก๋เมืองกาญจน์ ปาท่องโก๋ที่เมืองกาญจนบุรีนั้นจะแตกต่างจากที่อื่นเพราะปาท่องโก๋ที่เมืองกาญจนบุรีจะมีน้ำจิ้ม ส่วนที่อื่นไม่มี

 

          เรื่องเล่าของท้องถิ่น

          ตำนานเส้นขอบฟ้าเขาชนไก่ ยามค่ำคืนของค่ายเขาชนไก่จะมีการจัดยืนเวรยามและคนที่ทำ

หน้าที่ยืนเวรยามคือ เหล่าคนที่เรียน รด. ในขณะยืนเรยามครูฝึกจะย้ำและเน้นว่าตอนยืนเวรยามห้ามห้ามมองไปที่เส้นขอบฟ้าเด็ดขาด เพราะ มีคนเคมองเส้นขอบฟ้ามาแล้วแล้ว เจอกองทัพทหารสมัยโบราณขี่ม้า ถือธง ถือดาบวิ่งเข้ามาหาตนเองขณะที่กำลังจะหันหน้าหนีก็เจอทหารคนหนึ่งลักษณะสูงใหญ่ขี่ม้าสีดำฟันไปและรู้สึกตัวอีกทีตอนที่ตนเองอยู่ที่โรงพยาบาล

ภาพที่ : ศาลเจ้าพ่อเขาชนไก่

          ตำนานศาลเจ้าแม่กาหลงแห่งสะพานแม่น้ำแคว สะพานแม่น้ำแควที่จังหวัดกาญจญจนบุรีมีตำนานเกี่ยวกับแม่กาหลงอยู่ซึ่งเคยมีเรื่องเล่าที่ผู้คนสมัยก่อนเล่ากันว่าได้มีพระธุดงค์รูปหนึ่งท่านได้มาถึงบริเวณแห่งนี้ นั่นคือจุดบริเวณใกล้แม่น้ำแควท่านได้นั่งสมาธิอยู่และได้นิมิตรถึงต้นกาหลงที่อยู่ใกล้ๆ ไม่ได้ไกลออกไปที่มันมีหญิงสาวผิวเหลืองเหมือนขมิน แต่งกายคล้ายกับสาวชาววังมาจากยุคโบราณห่มด้วยสไบสีเขียวซึ่งพอเห็นแล้วก็สามารถมั่นใจได้เลยว่าไม่ใช่คน พระท่านสงสัยเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้จึงได้มีการสอบถามกับชาวบ้านที่มาเยี่ยมท่านในวันนั้น หลังจากที่ชาวบ้านได้รู้เรื่องนี้จากพระท่าน ชาวบ้านก็ต่างคิดกันว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่ ๆ เพราะแถวๆ นั้นได้มีต้นกาหลงได้ผุดขึ้นมาจริงๆ จึงได้พากันไปดูและได้เห็นต้นไม้ใหญ่ ต่างก็เกิดการศรัทธากันอย่างไม่มีเหตุผล พวกเขาต่างช่วยกันสร้างศาลเจ้าขึ้นมาและใช้ชื่อว่าศาลเจ้าแม่กาหลง เจ้าแม่กาหลงท่านขึ้นชื่อเรื่องเกี่ยวกับความรัก หากใครต้องการให้ท่านช่วยเรื่องต่างๆ สามารถมาขอให้ท่านช่วยได้ โดยเฉพาะเรื่องความรักว่ากันว่าคู่ที่เลิกกันหลายปีแล้วก็สามารถกลับมารักกันได้ บอกจากนี้ทั้งเรื่องการงาน การเงินก็ยังสามารถมาขอท่านได้ ซึ่งในปัจจุบันนั้นศาลเจ้าแม่กาหลงยังมีให้เหล่าผู้คนที่มาท่องเที่ยวได้มาไหว้เพื่อเป็นศิริมงคลได้ที่จังหวัดกาญจนบุรี

 

ภาพที่ : บริเวณหน้าศาลเจ้าแม่กาหลง

รายการอ้างอิง

Isranews. (2565). สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกองค์ที่ 19. เข้าถึงเมื่อ 26 กันยายน 2565. จาก https//www.isranews.org/content-page/item/24609-dsd.html.

Oporshady. (2565). อุทยานประวัติศาสตร์สงครามเก้าทัพ. เข้าถึงเมื่อ 26 กันยายน 2565. จากhttps://travel.mthai.com/region/west/70079.html.

Webmaster. (2565). ประตูเมืองกาญจนบุรี พ.ศ. 2374. เข้าถึงเมื่อ 15 สิงหาคม 2565. จากhttps://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=562.

Webmaster. (2565). พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว. เข้าถึงเมื่อ 15 สิงหาคม 2565. จากhttps://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=562.

ปรัชญา เหลืองแดง. (2562). อาคารที่อยู่อาศัยในชุมชนปากแพรก. เอกสารประกอบการสอน ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น. 1, 87 – 88.

ปรัชญา เหลืองแดง. (2562). เอกสารประกอบการสอน ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น. กาญจนบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี

แมวหง่าว.(2565). สะพานข้ามแม่น้ำแคว. เข้าถึงเมื่อ 15 สิงหาคม 2565. จาก https://travel.

trueid.net/detail/XQJqn5Ek8rK.

ไม่ทาบชื่อผู้เขียน. (2565). พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า. เข้าถึงเมื่อ 26 กันยายน 2565. จาก

https://ww2.kanchanaburi.go.th/travel/detail/29.

ไม่ทราบชื่อผู้เขียน. (2565). วัดไชยชุมพลชนะสงคราม ( วัดใต้ ). เข้าถึงเมื่อ 15 สิงหาคม 2565. จาก https://www.wowtgt.com/16552693 /วัดใต้.

ส.แม่กลอง. (2565). หลวงปเปลี่ยน อินทสโร. เข้าถึงเมื่อ 26 กันยายน 2565. จาก https://www.pra-maeklong.com/2020/04/wattai.html.

สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม. (2565). วัดเมืองกาญจนบุรีเก่า ( วัดนางพิมพ์ ). เข้าถึงเมื่อ 26 กันยายน 2565. จาก https://culturalenvi.onep.go.th/site/detail/2594.

ไม่ทราบชื่อผู้เขียน. (2565). ตำนานศาลเจ้าแม่กาหลง. เข้าถึงเมื่อ 26 กันยายน 2565. จากhttps//realghosttales.com/5-ตํานานและเรื่องสยองขวัญ/.

เรื่องเล่าตำนานเส้นขอบฟ้าเขาชนไก่. (2563). จากครูฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ณ ค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหารเขาชนไก่.

โรงพยาบาลพหลฯ. (2565). พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน). เข้าถึงเมื่อ 26 กันยายน 2565. จาก http://ww4.phahol.go.th/indexphp/general/ประวัติพระยาพหล.html.

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์. (2565). พันโทบุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์. เข้าถึงเมื่อ 15 สิงหาคม 2565. จากhttps://www.the101.world/boonpong-sirivejjabhandhu/.

 

ถูกใจบทความนี้? แชร์ต่อให้เพื่อน: