ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเขาโจด
ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเขาโจด
ตำบลเขาโจด เป็นตำบลที่ห่างไกลจากตัว อำเภอศรีสวัสดิ์ มีจำนวนหมู่บ้าน 5 หมู่ด้วยกันคือบ้านตีนตก บ้านน้ำพุ บ้านไกรเรียง บ้านสามหลัง และบ้านเขาเหล็ก มีพื้นที่ทั้งหมดมีเนื้อที่ประมาณ 746 ตารางกิโลเมตร หรือ 4,066,250 ไร่ ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 725 ครัวเรือน 2,860 คน ที่อาศัยอยู่ตำบลเขาโจด (เดิม) ได้รับการยกฐานะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลและมีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2540 ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นกะเหรี่ยงโปเป็นหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่อพยพจากพม่าเข้าสู้แผ่นดินประเทศไทยมานานกว่า 200 ปีแล้ว วิถีชีวิตของพวกเขาอาศัยอยู่ร่วมกับธรรมชาติในความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัย โดยทำไร่หมุนเวียนเพื่อดำรงชีวิตขณะเดียวกันก็ดูแลรักษาธรรมชาติด้วยการจัดการป่าชุมชนจัดสรรพื้นที่ทำกินพร้อมกับการอนุรักษ์ต้นน้ำแม้คนภายนอกมองว่าการทำไร่ของชาวกะเหรี่ยงเป็นสิ่งทำลายธรรมชาติและป่าซึ่งเป็นการอยู่ร่วมกันอย่างไม่ยั่งยืนแต่เมื่อจะเล่าถึงวิถีชีวิตของพวกตนว่าไม่สามารถแยกจากธรรมชาติได้ เพราะธรรมชาติคือกะเหรี่ยงและกะเหรี่ยงคือธรรมชาติ

วัฒนธรรมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์
งานประเพณีผูกข้อมือด้ายเหลืองเป็นการจัดพิธีรับขวัญให้กับประชาชนเชื้อสายกะเหรี่ยง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจและให้ดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างราบรื่น ประเพณีด้ายเหลืองเป็นกระเพณีของชาวกะเหรี่ยงซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวกะเหรี่ยงด้ายเหลืองจะตรงกับเดือน 5 ขึ้น 14 – 15 ค่ำ (วันที่ 14-15 เมษายน) จะจัดขึ้นทุกปีเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานและการผูกข้อมือด้ายเหลืองนั้นเป็นสิริมงคลและการผูกข้อมือด้ายเหลืองนั้นเป็นเอกลักษณ์ของชาวกะเหรี่ยงที่มีมาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย และสืบทอดมาเป็นวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงและการผูกข้อมือด้ายเหลืองนั้นต้องผูกทั้งสองข้าง เมื่อทุกคนเห็นด้ายที่จ้อมือก็จะได้รู้ว่าเป็นญาติพี่น้องชาวกะเหรี่ยงด้วยกัน การผูกข้อมูลรับขวัญเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญของชาวกะเหรี่ยงการขอขมาลาโทษต่อผู้เฒ่าผู้แก่และรับศีลรับพรรับขวัญจากผู้เฒ่าผู้แก่ในการผูกข้อมือสิ่งที่สำคัญคือ บายศรีสู่ขวัญ ประกอบด้วย ข้าวเหนียว ข้าวต้ม ขนม ผลไม้ และด้ายผูกข้อมือจากนั้นผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านจะมารวมกัน (มักจัดกันที่วัดในหมู่บ้าน) เด็ก เยาวชน และประชาชนในหมู่บ้านก็จะมาร่วมงานผูกข้อมือภายในงานจะมีการสวดมนต์ไห้วพระ รับศีลรับพรจากนั้นก็จะมีการรับประทานอาหารว่างร่วมกันเกิดการพบปะพูดคุยกันสร้างความรักความสามัคคีในชุมชนได้อีกทางหนึ่งเป็นการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมให้ได้รับการปฏิบัติสืบทอดต่อไป
