ประวัติความเป็นมาอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
วันที่เพิ่มข้อมูล : 30-12-2025 22:22:18 | แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 30-12-2025 22:23:23 | อ่านแล้ว 12 ครั้ง
อำเภอสังขละบุรี ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2438 ได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอ ชื่อ "อำเภอวังกะ" ต่อมาได้ยุบอำเภอวังกะเป็นกิ่งอำเภออีกหลายครั้งจนปี พ.ศ. 2482 มีฐานะเป็นกิ่งอำเภอสังขละบุรี และยกฐานะเป็นอำเภอสังขละบุรี เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2508 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันโดยมีเทือกเขาถนนธงชัยและเทือกเขาตะนาวศรีเป็นแนวเขตแนวกั้นระหว่างไทยกับพม่ายาว ประมาณ 170 กิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่า และภูเขาสลับซับซ้อนจนได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งสายน้ำ เพราะมีลำน้ำ 3 สาย คือ ซองกาเลียบิคลี่ และรันตีไหลมาบรรจบกันเรียกว่า สามประสบ และเป็นที่มาของแม่น้ำแควแม่น้ำสำคัญของจังหวัดกาญจนบุรี

ความสำคัญและความน่าสนใจของอำเภอสังขละบุรีนั้น เพราะมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพโดยเฉพาะในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร–ห้วยขาแข้ง ที่ได้ รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติรวมทั้งสถานที่ทางประวัติศาสตร์ การผสมผสานร่วมกันของผู้คนต่างเชื้อชาติ ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น อาทิ ชาวไทย มอญ และกระเหรี่ยง สิ่งเหล่านี้ ล้วนดึงดูดให้นักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนกลับมาสัมผัสความประทับใจที่สังขละบุรีอีกครั้ง สังขละบุรีเป็นเมืองชายแดนเล็ก ๆ ที่มีประวัติความเป็นมานับตั้งแต่การเป็นเมืองเก่าสมัยอยุธยาหรือกว่า 400 ปี และเป็นเมืองที่มีเหตุการณ์สำคัญ กล่าวคือ เมื่อปี พ.ศ. 2494 หลวงพ่ออุตตะมะซึ่งเป็นภิกษุชาวมอญจากเมืองละมะแหม่งได้พาชาวมอญ พลัดถิ่นอพยพหนีภัยสงครามเข้ามาในประเทศไทย และร่วมกันสร้างบ้านเรือน วัดวาอารามกลายเป็นชุมชนมอญตั้งอยู่ริมน้ำ จากนั้นในปี พ.ศ. 2527 มีการสร้างเขื่อนเขาแหลม หรือเขื่อนชิราลงกรณได้ส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อาศัยในพื้นที่กักเก็บน้ำช่วงปลายเขื่อนทำให้อำเภอสังขละบุรี อาทิ หมู่บ้านชาวมอญ และวัดวังก์วิเวการามของหลวงพ่ออุตตมะจมหายไปต้องย้ายวัด และบ้านเรือนมาตั้งถิ่นฐานกันใหม่ในบริเวณเหนือเขื่อนซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้มอบที่ดินชดเชยให้เนื้อเป็นที่ 614 ไร่ นอกจากนี้พื้นที่ส่วนหนึ่งของอำเภอสังขละบุรี ยังเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติที่ได้รับการขึ้นทะเบียนของ UNESCO ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 15 (วารสารธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2556) สะพานไม้อุตตะมานุสรณ์ หรือ สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ยาวประมาณ 850 เมตร นับว่าเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นสะพานไม้ที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสะพานไม้อูเบ็งในประเทศเมียนมาร์ สร้างข้ามลำน้ำซองกาเลียตามที่หลวงพ่ออุตตะมะ ริเริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2527 เพื่อเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างชุมชนและติดต่อค้าขายขนส่งพืชผล การเกษตร สะพานไม้แห่งนี้จึงเปรียบเหมือนสะพานแห่งศรัทธาที่เชื่อมโยงประเพณีวัฒนธรรมระหว่างชาวไทย มอญ และกระเหรี่ยงที่อาศัยอยู่สองฝั่งแม่น้ำซองกาเลีย วัดวังก์วิเวการาม หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า "วัดหลวงพ่ออุตตมะ" ก่อสร้างด้วยศิลปะแบบพม่า นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอสังขละบุรีแล้วยังเป็นวัดที่ถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับคนพื้นถิ่น และเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนหลายเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ในอำเภอสังขละบุรี ทั้งชาวไทย และกะเหรี่ยงโดยเฉพาะสำหรับชาวไทยเชื้อสายมอญที่เปรียบหลวงพ่ออุตตมะเป็น "เทพเจ้าแห่งชาวมอญ" วัดวังก์วิเวการาม จึงเกิดจากพลังศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่อและเป็นวัดที่เคยเป็นที่จำพรรษาของ"หลวงพ่ออุตตมะ" วัดจึงเป็นเสมือนตัวแทนหลวงพ่อและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับชาวมอญในการประกอบพิธีกรรมตามประเพณีของมอญ และจัดงานอื่น ๆ เช่นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีจะมีการจัดงานคล้ายวันเกิดของหลวงพ่ออุตตมะ มีงานกิจกรรมต่าง ๆ พิธีกรรมทางศาสนา งานแข่งขัน ชกมวยคาดเชือก การแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่นการรำแบบมอญ การรำตงของชาวกะเหรี่ยง และมีการแต่งกายตามแบบวัฒนธรรมชาวไทยรามัญ
![]()
ด่านเจดีย์สามองค์ หรือเดิมเรียกกันว่า หินสามกอง ซึ่งในอดีตพม่าใช้เป็นเส้นทางสำคัญในการเดินทัพเข้ามาทำสงครามกับไทยอีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังมีธรรมเนียมของคนเดินป่า โดยมีความเชื่อว่าเมื่อเดินทางผ่านจะต้องสักการบูชาด้วยดอกไม้ธูปเทียน แต่การเดินทางไปที่กันดารนั้นไม่สะดวกจึงใช้ก้อนหินหรือกิ่งไม้ เป็นเครื่องบูชาแทนธูปเทียน นานวันก้อนหินมีมากขึ้นจึงกลายเป็นกองหินสามกอง ปัจจุบันเป็นจุดผ่านแดนชั่วคราวที่อนุญาตให้ข้ามแดนไปในประเทศเมียนมาร์ (วารสารธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2556)
น้ำตกเกริงกระเวีย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ริมถนนสายหลัก เส้นทองผาภูมิ-สังขละบุรี สามารถแวะได้ง่าย สะดวก เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม น้ำใส เหมาะสำหรับพักผ่อน เล่นน้ำ บริเวณน้ำตก มีร้านค้าร้านขายของ ที่ระลึก และร้านอาหารอยู่หลายร้าน น้ำตกเกริงกระเวีย อยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เป็นน้ำตกที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก สูงประมาณ 5 เมตร มีน้ำไหลลดหลั่นกันมาตามโขดหินมายังแอ่งน้ำน้อยใหญ่ น้ำใส สามารถลงเล่นได้ปลอดภัย เด็ก ๆ สามารถเล่นน้ำได้มีน้ำไหลตลอดปีหน้าฝนน้ำจะค่อนข้างแรง สามารถแวะได้ง่าย ไม่ต้องเดินไกลเพราะอยู่ริมถนน คล้ายกับน้ำตกไทรโยคน้อย จอดรถก็ถึงตัวน้ำตก เหมาะเป็นจุดพักรถ เข้าห้องน้ำ และรับประทานอาหาร
เอกสารอ้างอิง
เมืองสังขละ เมืองชายแดน สุดแคว้นตะวันตก. วารสารธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. ปีที่ 2 ฉบับที่ 4 ตุลาคม - ธันวาคม 2556.